เจี่ยอันเพียงติดตามไปอย่างเงียบ ๆ แต่คนอื่น ๆ ในสำนักเหมันต์ต่างมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะทันทีที่ลู่เฉินจากไป ขณะคิดหลบหนี คนเหล่านี้ก็พากันได้รับบาดเจ็บจากตั๊กแตนตำข้าวแขนทองทีละคน
เฮยหลวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ท่านอาจารย์ แมลงนั่นทรงพลังมาก”
“แมลงนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลที่นี่ ดังนั้นจึงสามารถระเบิดพลังอันทรงพลังได้ อย่างไรคนเหล่านี้ก็ไม่กล้าใช้พลังวิญญาณ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะอ่อนแอกว่ามาก” ลู่เฉินอธิบายเหตุผล
เฮยหลวนพบว่ามันน่าสนใจมาก ดังนั้นพอนางเห็นตั๊กแตนตำข้าวแขนทองกลับมา ก็นึกอยากจะสัมผัสมันดู
“ระวังด้วย ใบมีดพวกนั้นคมมาก” ลู่เฉินพูดกับเฮยหลวน
เฮยหลวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชักมือกลับ จากนั้นจ้องมองไปที่แมลงประหลาดนี้
สักพักทุกคนก็มาถึงโรงเตี๊ยมทงเสวี่ย
โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นของสำนักเหมันต์ ทั้งยังเป็นโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทงเสวี่ยอีกด้วย ดังนั้นมันจึงมีชีวิตชีวามาก และหลายคนก็รู้จักหยางเซี่ยว
เพียงแต่เมื่อทุกคนเห็นหยางเซี่ยวถูกพามาที่นี่โดยคนที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ ทุกคนก็นึกสงสัย
หลังจากนั้นไม่นานทั้งโรงเตี๊ยมก็มีชีวิตชีวา
บางคนยังจ้องมองไปที่หยางเซี่ยว “หยางเซี่ยว เจ้าเป็นอะไรไป?”
หยางเซี่ยวไม่สามารถแสดงความเสียใจได้ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามคนที่ถามเขากลับว่า “คนที่มาจากห้องหมายเลขหนึ่ง ยังอยู่ที่นั่นหรือไม่?”
“พวกเขาอยู่ที่สวนด้านหลังกับผู้อาวุโสซือ” ชา