ดังนั้นพวกมันจึงนิ่งเฉยและส่งต่อทุกสิ่งที่เห็นไปยังเสวี่ยหลิงเยว่
โดยไม่คาดคิด เมื่อตั๊กแตนตำข้าวแขนทองบินผ่านพวกแมลง จู่ ๆ แมลงตัวหนึ่งก็ถูกผ่าร่างออก
ร่างกายของแมลงถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ขณะที่วิญญาณคิดจะหนีไปนั้น ลู่เฉินก็โยนแผ่นศิลาฉวิญญาณออกมา วิญญาณของอีกฝ่ายถูกดูดด้วยแรงดึงดูดมหาศาล จนในที่สุดก็ตกลงไปบนแผ่นหิน
แมลงตัวอื่น ๆ ต่างตกใจกลัวและพากันวิ่งออกไป
จิตสำนึกของลู่เฉินเจาะเข้าไปในแผ่นหินและจ้องมองวิญญาณแมลงบนแผ่นหิน “ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็ตอบคำถามของข้ามา”
วิญญาณแมลงตกใจ “เจ้า… เจ้าคิดทำอะไร?”
“ข้าแค่ให้เจ้าตอบ ไม่ได้ให้ถาม” เสียงลู่เฉินเริ่มเย็นเยียบ
“ข้า… ข้าจะตอบ!” วิญญาณแมลงไม่กล้าไม่เชื่อฟัง ดังนั้นมันจึงทำได้เพียงเอ่ยอย่างเชื่อฟัง
ชายหนุ่มยิ้มแล้วพูดว่า “ดีมาก!”
วิญญาณแมลงสงสัยว่าลู่เฉินหมายถึงอะไร ก่อนจะถูกอีกฝ่ายถามว่า “บอกข้าสิ ใครให้เจ้ามาสอดแนมข้า”
“นาย… นายหญิงเสวี่ย”
ลู่เฉินเอ่ยเดา “เสวี่ยหลิงเยว่?”
“ขอรับ!”
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าประตูหินนี้คือสิ่งใด?” ลู่เฉินถามต่อ
วิญญาณแมลงพูดอย่างประหม่า “ประตูหินนี้ตั้งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยโบราณ หลังจากที่เรามาถึง เราก็ถูกจัดให้เฝ้าประตูนั้นอยู่ใกล้ ๆ แล้ว”
“ตั้งแต่สมัยโบราณหรือ?”
“นายหญิงเสวี่ยบอกว่าสถานที่แห่งนี้สำคัญมาก หากมีการเคลื่อนไหวใด ๆ นางต้องได้รับการแจ้งเตือนทันที” เสียงวิญญาณแมลงฟังดูตื่นตระหนก
หลังจากได้ยิน