ล้ว”
ผู้อาวุโสสามได้ฟังแล้วจึงรู้สึกลังเล ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา “แล้วข้า?”
“ข้าต้องการให้เจ้าช่วยตามหาคนของสำนักเหมันต์สงัด” เขามองผู้อาวุโสสาม
ผู้อาวุโสสามพูดด้วยความลำบากใจ “เรื่องนี้อันตรายเกินไปหรือไม่?”
“เจ้าเหลือเพียงวิญญาณเท่านั้น ยังมีสิ่งใดต้องกังวลกัน?”
“เพราะข้าเหลือเพียงวิญญาณ ดังนั้นจึงต้องการจะอยู่ภายในโลงศพให้นานที่สุด มิเช่นนั้นวิญญาณของข้าจะยิ่งอ่อนแอมากขึ้น”
“ก็จริง” ลู่เฉินพยักหน้ารับ
“เช่นนั้น ข้าสามารถกลับไปได้?”
“ได้ แต่ต้องบอกตำแหน่งที่ตั้งของสำนักเหมันต์สงัดเสียก่อน”
“อืม” หลังจากผู้อาวุโสสามบอกลู่เฉินก็กลับไปยังโลงศพหิน จากนั้นชายหนุ่มก็โยนโลงศพหินนี้เข้าไปยัง ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ หลังจากนั้นจึงเตรียมหาสถานที่เพื่อนำวิญญาณของเฮยหลวนกลับไป
ใครจะคิดว่าขณะออกเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ต้นหญ้าบริเวณรอบ ๆ จะเปล่งแสงสีเขียวอันแข็งแกร่งออกมา และยังรวมตัวกันเพื่อฉายภาพ ๆ หนึ่งขึ้น
“ไม่เลว ถึงกับสามารถไปยังหอผู้อาวุโสได้” ภาพขององค์หญิงไป๋ฮวาเผยรอยยิ้มออกมา