อ? เช่นนั้นเจ้าก็ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!” เมื่อสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพูดจบ เงาแสงสีดำจากภายนอกก็พุ่งเข้ามาในค่ายกลทันที มันรวดเร็วเป็นอย่างมาก แม้แต่ค่ายกลรอย ๆ ก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นเงาแสงนั้นไว้ได้
เงาแสงนี้ผนึกรวมกับร่างของสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณทันที จากนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณก็หมุนตัวและพุ่งออกไปด้านนอก แต่เขากลับส่งเสียงเคร่งขรึมก่อนออกมาว่า “เจ้าหนุ่ม รอก่อนเถิด เจ้าจะต้องไปหาเจ้าแน่!”
ชั่วอึดใจถัดมา อีกฝ่ายก็หายตัวไปในที่สุด
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “เมื่อครู่คือสิ่งใดกัน”
ชายหนุ่มเดินออกไปยังปากถ้ำ และให้กุ่ยเจี่ยบอกถึงสิ่งที่ได้เจอเมื่อครู่แก่ตน
เมื่อครู่บนท้องฟ้าด้านนอกมีเงาสีดำเกิดขึ้น เงาสีดำนี้ดูราวกับนกอสูรบางอย่าง มันรวดเร็วจนสามารถทะลุผ่านค่ายกลได้ จากนั้นก็ไปผนึกรวมบนร่างของสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณ ทำให้อีกฝ่ายสามารถหนีออกไปได้
ทว่าลู่เฉินไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด เขาเพียงกลับเข้าไปในถ้ำและเก็บหยดเลือดของอีกฝ่ายที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มีเลือดของเจ้า หากคิดจะตามหาก็นับว่าไม่ยากแล้ว”
หลังจากนั้นลู่เฉินจึงกลับไปยังหุบเขาลึก และปล่อยผู้อาวุโสเหล่านั้นออกมาทีละคน
ผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่ลู่เฉินก็ไม่อยากอธิบายให้มากความ ดังนั้นจึงไปยังหอผู้อาวุโสเพื่อไปหาราชันค่ายกลภูติที่ถูกขังเอาไว้อยู่
ราชันค่ายกลภูติถูกผู้พิ