้อาวุโสท่านอื่นอาจจะไม่สนใจแผ่นป้ายนี้” ราชันค่ายกลภูติเรื่องสถานการณ์ออกมาคร่าว ๆ
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าแผ่นป้ายนี้จะใช้ได้กับแค่กลุ่มผู้พิทักษ์เท่านั้น จึงพูดขึ้นมา “เช่นนั้นคงต้องอาศัยเจ้าแล้ว”
“ข้า?”
“คิดหาวิธีนำทุกคนออกมา แล้วข้าจะช่วยเจ้ารักษาบาดแผล” ลู่เฉินจ้องมองราชันค่ายกลภูติ
ราชันค่ายกลภูติลังเลก่อนจะพูดออกมา “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการ แต่หากไม่มีประโยชน์ใด พวกเขาคงจะไม่ออกมา”
“ประโยชน์? ผลไม้อายุหมื่นปีได้หรือไม่?” ลู่เฉินคิดถึงผลไม้นั่นขึ้นมา
“เจ้ามีหรือ?”
“ข้ามีไม่น้อยเลยทีเดียว” เมื่อพูดจบก็นำบางส่วนออกมา
เมื่อราชันค่ายกลภูติได้เห็นจึงมีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาทันที “มา เจ้าเข้าไปยังหอผู้อาวุโสกับข้า ข้าจะให้พวกเขามาพบเจ้าทันที!”
หลังจากลู่เฉินขานรับ จึงตามราชันค่ายกลภูติเข้าไปยังหอผู้อาวุโส
บนชั้นสองของหอผู้อาวุโสมีห้องประชุมอยู่ และกลางห้องประชุมนี้มีโต๊ะของผู้อาวุโสสูงสุด ราชันค่ายกลภูติจึงให้ลู่เฉินอยู่ด้านหลังสุด เพื่อให้เขารออยู่ตรงนั้น
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชาก็มีผู้อาวุโสบางส่วนปรากฏตัวขึ้น
ผู้อาวุโสเหล่านี้ แต่ละคนมองลู่เฉินด้วยความแปลกใจ บางคนยังเอ่ยถามขึ้นมา “เขามีผลไม้นั่นหรือ?”
ราชันค่ายกลภูติพยักหน้ารับ “ใช่”
คนเหล่านี้ให้ลู่เฉินนำออกมาดูทันที
ลู่เฉินนำออกมาทว่าไม่ได้มอบให้พวกเขา แต่ยิ้มพลางมอง “อยากได้หรือ?”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” บางคนรู้สึกไม่พอใจ