่เขากลับแอบปล่อยกุ่ยเจี่ยออกมา
กุ่ยเจี่ยซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ จ้องมองกระจกบานนั้น พร้อมคอยดูว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตอนแรกกระจกบานนี้ไม่มีการตอบสนองใด ๆ และหลังจากราชันคุมวิญญาณกลับมายังหุบเขาลึก ก็มาถึงหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งภายในหุบเขาลึก
ภายในหน้าผาสูงชันนี้มีกระท่อมหลังเล็กที่ดูไร้ผู้คนอาศัยอยู่หลังหนึ่ง
ราชันคุมวิญญาณนั่งลงในกระท่อมหลังราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
‘รอที่นี่หรือ?’ ลู่เฉินและราชันคุมวิญญาณสื่อสารกันขึ้นมา
ราชันคุมวิญญาณหลับตาลงเพื่อสื่อสารกับลู่เฉินผ่านทางจิต ‘ทุกครั้งหลังจากปล่อยควัน ข้าจะรออยู่ที่นี่’
‘โอ้? อย่างนั้นหรือ?’
‘ใช่!’ ราชันคุมวิญญาณขานรับ
ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงรอต่อไป จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น นอกกระท่อมพลันเริ่มเกิดความเคลื่อนไหว
ราชันคุมวิญญาณสูดหายใจเข้าลึก ๆ “มาแล้ว”
ขณะนั้นเอง ประตูถูกผลักเปิดออก คนผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดคลุมสีดำ และบนใบหน้ามีกระดูกอสูรอยู่ชิ้นหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น
คนผู้นี้เอ่ยถามราชันคุมวิญญาณด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “เรียกข้ามาทำไมกัน?”
“ข้าจับเจ้าหนุ่มผู้นั้นได้แล้ว” ราชันคุมวิญญาณนำขวดใบนั้นขึ้นมา ภายในนั้นลู่เฉินแปลงเป็นเงาวิญญาณสายฟ้า ดังนั้นเมื่อดูแล้วจึงเหมือนวิญญาณที่เปล่งแสงสว่างคล้ายสายฟ้าออกมา
“โอ้? ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” คนผู้นี้นำขวดใสที่ดูเหมือน ‘กรงนก’ มา และจ้องมองไปยังลู่เฉิน
“นายท่าน ไม่ทราบว่ายังมีคำสั่งใดอี