งต้องเคลื่อนไหวหุ่นเชิดในหุบเขาลึก” องค์หญิงไป๋ฮวาพึมพำ
“องค์หญิง เพียงพระองค์สั่งมา หม่อมฉันจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เพคะ”
“อืม” องค์หญิงไป๋ฮวาถ่ายทอดคำสั่งออกไป
เพราะไป๋เซียงถูกลู่เฉินควบคุม เมื่อพวกนางเคลื่อนไหวลู่เฉินจึงรู้ทุกอย่าง ดังนั้นเขาจึงให้ไป๋เซียงแสร้งทำตามคำสั่ง ทว่าไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ราชันคุมวิญญาณ
ส่วนไป๋เซียงทำได้เพียงทำตามเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง ราชันคุมวิญญาณมาถึงยอดเขาใกล้ ๆ แล้ว และเห็นวิหารร้างที่ถูกทำลายแห่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็จุดไฟท่ามกลางกองไม้แห้ง กองไฟนี้ค่อย ๆ กลายเป็นกลุ่มควันหนาขึ้นมาทันที
ลู่เฉินกวาดสายตามองรอบ ๆ จากนั้นจึงพึมพำออกมา “หากอีกฝ่ายอยากเห็นควันพวกนี้ ระยะห่างที่อยู่คงไม่เกิดร้อยก้าวเห็นจะได้”
ดังนั้นชายหนุ่มที่อยู่ในขวดจึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของบริเวณรอบ ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งก็พบว่ามีสถานที่ห่างออกไปประมาณสิบก้าว ที่นั่นมีกระจกแตกร้าวบานหนึ่งที่ดูไม่โดดเด่นมากนัก และภายในกระจกบานนั้นก็มีวิญญาณอยู่ ลู่เฉินมองแล้วสัมผัสได้ว่าบนกระจกบานนี้มีกลิ่นอายของผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็ตัดสินได้ว่ากระจกบานนี้น่าจะ ‘มีชีวิต’ อยู่
สิ่งที่เรียกว่ามีชีวิตอยู่นั้นคือสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และคนที่อยู่เบื้องหลังก็น่าจะเป็นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงให้ราชันคุมวิญญาณออกไปก่อน
แต