ัวออกไปทันที
เขตแดนมืดสนิทสนิทพลันจางหายไป หลังจากนั้นราชันคุมวิญญาณก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองไปยังราชันค่ายกลภูติ “ภูติเฒ่า เจ้าจะยังลงมือต่อหรือไม่?”
ราชันคุมวิญญาณนำขวดใสใบหนึ่งขึ้นมา ภายในนั้นคือวิญญาณของลู่เฉินที่หดตัวเล็กลง
เมื่อเห็นวิญญาณนี้ ราชันค่ายกลภูติก็มีสีหน้าไม่ดีนัก “ผู้คุมเฒ่า เจ้าคิดจะสังหารคนของหุบเขาลึกจริงหรือ?”
“ไม่ ข้าเพียงมีความแค้นกับเขา ไม่ได้มีความขุ่นเคืองใจกับผู้อื่น ดังนั้นหากไม่มีเรื่องใดเจ้าก็สามารถออกไปได้ และข้าจะไม่ต่อว่าเจ้า!” ราชันคุมวิญญาณพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าต้องเข้าไปในหอผู้อาวุโสให้ได้ และบอกทุกคนว่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นใคร!”
“เช่นนั้นข้าคงต้องขออภัยแล้ว” เมื่อราชันคุมวิญญาณพูดจบก็ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ให้ผู้พิทักษ์วิญญาณอสูรเหล่านี้ จับราชันค่ายกลภูติเอาไว้
ไม่นาน ราชันค่ายกลภูติก็ถูกกักขังอยู่ในเขตแดนมืดสนิทที่วิญญาณอสูรเหล่านี้หลอมรวมขึ้นมา จากนั้นราชันคุมวิญญาณก็ออกจากหุบเขาลึกเพื่อไปยังวิหารแห่งนั้น
…
จากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ก็แพร่ไปยังไป๋ฮวาหยวน ไป๋เซียงรีบไปหาองค์หญิงไป๋ฮวา “องค์หญิงไป๋ฮวา เกิดเรื่องแล้วเพคะ!”
“ว่าอย่างไรนะ!? พ่ายแพ้อย่างนั้นหรือ?”
ไป๋เซียงเล่าเรื่องที่ลู่เฉินและราชันคุมวิญญาณต่อสู้กัน องค์หญิงไป๋ฮวาจึงขมวดคิ้วขึ้น “ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้วคงต้องคิดหาวิธีช่วยเจ้าหนุ่มผู้นั้นออกมา”
“จะช่วยอย่างไรเพคะ?”
“พวกเราค