รายล้อมอยู่
“เป็นเจ้านั่นเอง!” เจ้าตำหนักที่มีหนวดเคราพูดพร้อมเบิกตากว้าง
“ดูเหมือนข้าจะไม่รู้จักเจ้านะ” ลู่เฉินเพิ่งพบกับอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกแปลกเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงมุ่งเป้ามาที่ตน
เจ้าตำหนักพูดอย่างเย็นชาว่า “ข้าก็ไม่รู้จักเจ้าเช่นกัน”
“เจ้าไม่รู้จักข้า แต่เจ้าก็ยังใช้เฮยหลวนหลอกล่อให้ข้าไปหาองค์หญิงไป๋ฮวางั้นรึ?” ลู่เฉินยิ้มเย้ยหยัน
“เจ้าได้พบกับองค์หญิงไป๋ฮวางั้นรึ” ท่าทีของเจ้าตำหนักพลันเปลี่ยนไป
“ใช่”
เจ้าตำหนักทำท่าเย้ยหยันพลางเอ่ยว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะบอกความจริงกับเจ้า!”
“อ้อ? บอกข้ามาสิ” ลู่เฉินนึกอยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะพูดอะไร
เจ้าตำหนักยิ้มแปลก ๆ “ข้าต้องการจะนำหายนะไปสู่ผู้คนในไป๋ฮวาหยวน และเจ้าก็เป็นหนึ่งในคนจำพวกนั้นของข้า”
ชายหนุ่มยิ้ม “เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าจะนำภัยพิบัติมาสู่ไป๋ฮวาหยวนได้?”
“ข้าเห็นความสามารถของเจ้าในการแข่งขัน” เจ้าตำหนักคล้ายจะยิ้มออกมา
“นั่นคือเหตุผลรึ?”
“ใช่แล้ว!”
ลู่เฉินพยักหน้ารับ แล้วพูดกึ่งทอดถอนใจว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ควรมายุ่งกับข้า”
ทว่าเจ้าตำหนักกลับจ้องมองไปที่ลู่เฉินแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้ามีทางเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น”
“ทางเลือกรึ?”
“ใช่ ร่วมมือกับข้าเพื่อจัดการกับผู้คนในไป๋ฮวาหยวนซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการกับเจ้า” เจ้าตำหนักจ้องเขม็ง
ชายหนุ่มเพียงคลี่ยิ้ม “เช่นนั้นปล่อยลู