กศิษย์ของข้าไปก่อน”
“เจ้าหมายถึงผู้หญิงข้างนอกคนนั้นรึ?” เจ้าตำหนักเอ่ยยิ้ม ๆ
“ใช่!”
“เสียใจด้วย เจ้าต้องช่วยข้าจัดการกับวิญญาณชั่วร้ายน่ารังเกียจพวกนั้นก่อน แล้วข้าถึงจะปลดปล่อยนาง” เจ้าตำหนักกล่าวกับลู่เฉินด้วยท่าทางเหนือกว่า
ฝั่งลู่เฉินเพียงกล่าวว่า “เจ้ารู้ผลที่จะตามมาหลังจากทำให้ข้าขุ่นเคืองหรือไม่?”
“เจ้าหนุ่ม ที่นี่เป็นเขตแดนของข้า เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้ารึ?” เจ้าตำหนักหัวเราะ
“อ้อ? อย่างนั้นรึ?”
ชายหนุ่มพลันใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ
เจ้าตำหนักดูเหมือนจะเตรียมพร้อมมานานแล้ว ทันใดนั้นดาบวิญญาณเหล่านั้นก็เข้ามาห่อหุ้มรอบตัวเขาทีละเล่ม จากนั้นดาบวิญญาณก็พยายามต้านทานเงาหมัดของลู่เฉิน ส่วนเจ้าตำหนักเพียงเอ่ยเยาะเย้ยอย่างอวดดี “เห็นหรือไม่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับข้าเลย!”
เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็ยกยิ้มแล้วพูดว่า “น่าสนใจ!”
“เข้ามาอีกสิ!” เจ้าตำหนักยิ้มเยาะ
ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยเงาสายฟ้าออกมา
เมื่อเห็นเงาสายฟ้า เจ้าตำหนักก็นึกกลัวเล็กน้อย แต่เขายังมีทีท่าเหมือนมองลู่เฉินออกอย่างทะลุปรุโปร่ง “เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่มีดีอะไรนอกจากสามารถปล่อยสายฟ้าอันทรงพลังออกมาได้หรอก!”
“เข้ามาอีกสิ”
“แต่คงต้องบอกว่าช่างน่าเสียดายนัก ข้าบังเอิญมีอาวุธวิเศษที่สามารถปกป้องจิตวิญญาณของข้าจากสายฟ้าได้อยู่” เจ้าตำหนักกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว โล่เล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นรอบกายเจ้าตำหนัก
โ