เถอะ ข้าจะทำให้เจ้าไม่อาจออกจากหุบเขาไปได้!”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว วิญญาณของเจ้าตำหนักก็ลุกไหม้ ก่อนจะระเบิดพลังอันแข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา แล้วพุ่งหลุดออกจากการปิดล้อมของลู่เฉิน
ไม่เพียงเท่านั้น ร่างของเจ้าตำหนักยังปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ราวกับว่าคิดจะทำลายพื้นที่จิตนี้
เมื่อเห็นเช่นนี้ลู่เฉินก็ออกจากพื้นที่จิตทันที ก่อนจะเห็นร่างของเจ้าตำหนักกลายเป็นภาพติดตาและหายวับไป
ลู่เฉินเพียงยิ้มแปลก ๆ ‘โชคดีที่เขาทิ้งร่องรอยไว้ในพื้นที่จิต!’
จากนั้นชายหนุ่มก็พาเฮยหลวนออกไป และเริ่มไล่ล่าเจ้าตำหนักจากร่องรอยที่อีกฝ่ายทิ้งเอาไว้
เจ้าตำหนักไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทิ้งร่องรอยเอาไว้ ในทางกลับกัน เขาพาร่างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสของตนหนีออกจากป้อมปราการมา เมื่อผู้อาวุโสรองที่ตีนภูเขาเห็นคนบาดเจ็บสาหัสปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนไป
“เจ้าทรยศข้ารึ?” เจ้าตำหนักคำรามด้วยความเดือดดาลพลางจ้องมองไปยังผู้อาวุโสรอง
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ผู้อาวุโสรองพลันตะลึง “ท่านคือเจ้าตำหนักรึ?”
“ไม่ผิด!” หลังจากที่เจ้าตำหนักตอบคำถามนั้น เขาก็ยื่นมือออกไป ผู้อาวุโสรองพลันถูกดูดเข้าไปหามือนั้น จากนั้นเสียงกรีดร้องของผู้อาวุโสรองก็ดังก้องไปทั่ว ลู่เฉินที่ตามมาทันเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงนี้