งแค่ถามเท่านั้น” พ่างจื่อยิ้มเยาะ
“เข้ามาเถิด” ไป๋เซียงที่อยู่ด้านในพูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เฉินจึงเดินเข้าไปด้านใน ตอนแรกภายในตำหนักแห่งนี้เต็มไปด้วยหมอก แต่ไม่นานหมอกนั้นก็จางหายไป จากนั้นกลิ่นหอมของดอกไม้ก็โชยเข้ามาแทน ไป๋เซียงยังคงควบคุมร่างของเฮยหลวนและยืนอยู่ข้างกายของสตรีผู้หนึ่ง พลางฉีกยิ้มและมองมายังลู่เฉิน
สตรีผู้นี้นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ ขณะเดียวกันก็ยังสวมชุดที่ทำมาจากดอกไม้สีม่วง บนศีรษะมี ‘เครื่องประดับผม’ ที่ทำมาจากดอกไม้หายากบางชนิด
“มาแล้วหรือ?” หญิงผู้นั้นแสยะยิ้มออกมา
“เจ้าก็คือองค์หญิงไป๋ฮวา?” ลู่เฉินถามหยั่งเชิง
“ใช่ ข้าคือองค์หญิงของที่นี่” องค์หญิงไป๋ฮวายิ้มพลางตอบกลับ
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ว่ามาเถิด ผู้ใดส่งเจ้ามาจัดการข้า”
องค์หญิงไป๋ฮวาตอบ “มีคนบอกว่าเจ้าเก่งกาจยิ่งนัก ส่วนข้า …ก็เพียงอยากรู้เท่านั้น”
“มีคนบอก? วังเหมันต์สงัดหรือ?”
“วังเหมันต์สงัดคือที่ใด? ข้าไม่รู้จัก” องค์หญิงไป๋ฮวาที่นอนอยู่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นผู้ใดกัน?”
องค์หญิงไป๋ฮวาชี้ไปยังร่างของเฮยหลวน “ผู้ที่อยู่เบื้องหลังร่างนี้”
“ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง?” ลู่เฉินสงสัย
องค์หญิงไป๋ฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เบื้องหลังของนางมีอาจารย์ของนางอยู่ และเบื้องหลังอาจารย์ของนาง…”
เขารู้สึกสงสัย “เป็นอาจารย์ของนาง?”
“อาจารย์ของนางส่งนางมายังป่าแห่งนี้ และยังพูดอีกว่าเจ้าคือยอดฝีมือที่อ่อนวัยที่สุดข