นก็เบิกตากว้าง จากนั้นจึงรีบวิ่งออกไปจากตำหนักราวกับปีศาจ เพื่อไปตามหาลู่เฉิน
ประมุขพฤกษาทมิฬพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต้องมอบผลประโยชน์ให้พวกเจ้าเสียก่อน พวกเจ้าจึงจะยอมออกไปสินะ!”
“คนของเจ้าช่างไม่ได้ความ!” ขณะนั้นเอง เสียงไพเราะของสตรีผู้หนึ่งก็ดังก้องอยู่ในตำหนัก
ประมุขพฤกษาทมิฬชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “ถ้าไม่เป็นเพราะข้าออกไปจากตำหนักแห่งนี้ไม่ได้ ข้าก็คงจะออกไปตั้งนานแล้ว!”
“อย่างนั้นหรือ?” ขณะนั้นเอง กลุ่มแสงสีเขียวสว่างก็ออกมาจากมุมหนึ่งในตำหนัก จากนั้นจึงกลายเป็นสตรีผู้หนึ่ง
สตรีผู้นี้ไร้ซึ่งใบหน้า ทว่าร่างกายกลับสวมชุดที่ทำมาจากกลีบดอกไม้ ดูแล้วช่าง ‘งดงาม’ ยิ่งนัก
“เจ้ามาทำอะไร?” เมื่อประมุขพฤกษาทมิฬเห็นร่างของนางในตอนนี้ก็พูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
“องค์หญิงไป๋ฮวาให้ข้ามาดูว่าเจ้าจัดการเรื่องทุกอย่างผิดพลาดหรือไม่!”
ประมุขพฤกษาทมิฬขมวดคิ้ว “เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งเท่านั้นมิใช่หรือ!”
“ครั้งนี้มนุษย์ผู้นี้ไม่เหมือนคนธรรมดา และองค์หญิงก็เคยพูดแล้วว่าให้เจ้าจับเป็น มิใช่จับตาย!” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ย
“หมายความว่าอย่างไร?” ประมุขพฤกษาทมิฬเบิกตากว้าง
“เพียงทำตามที่องค์หญิงสั่งก็พอ!”
ประมุขพฤกษาทมิฬโมโหจนมองไปยังเฮยหลวนที่อยู่ภายในครอบแก้ว “เช่นนั้น นาง?”
“นางเป็นศิษย์ของเจ้าหนุ่มผู้นั้น ส่วนเจ้าจะใช้อย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของเจ้า!” หญิงสาวเอ่ย