า
ไม่เพียงชายชราเท่านั้น เพราะแม้แต่เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ในมุมมืดก็หยุดลง และยังเริ่มสงสัย “เจ้าหนุ่ม บนตัวเจ้ามีสมบัติวิญญาณอยู่หรือ?”
เขาไม่สนใจและนำศิลาวิญญาณชิ้นหนึ่งออกมา อีกทั้งยังสลักอักขระยันต์บางอย่างลงไปด้านบน จากนั้นจึงมอบให้ชายชรา “ถือเอาไว้ เสียงของมันจะไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายเจ้าได้”
ชายชรารับก้อนหินนั้นมา พลางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “นี่คือ?”
“อักขระยันต์ที่ป้องกันการทำร้ายจากเสียงนั่น” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็เดินนำชายชราไป
ชายชรารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งน่าเหลือเชื่อเกินไป ทันใดนั้นราชันต้นหัวเราะก็กลายเป็นเงาทันที ก่อนจะกลายเป็นชายผู้หนึ่งที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ชายผู้นี้ดูแล้วเหมือนจะยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเอ่ยถามอย่างสงสัย “เจ้าหนุ่ม คำถามของข้า เจ้ายังไม่ได้ตอบ!”
“ข้ามีหน้าที่ตอบเจ้าหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
“เจ้าไม่ได้มีหน้าที่นั้น แต่อีกไม่นานข้าจะทำให้เจ้ามีหน้าที่นั้นเอง” เมื่อราชันต้นหัวเราะพูดจบ รอบ ๆ ก็มีใบไม้สีดำลอยออกมามากมาย ใบไม้เหล่านี้ ค่อย ๆ ลอยวนอยู่รอบ ๆ ตัวลู่เฉินและตกลงบนร่างของเขา ทำให้ทั้งร่างของชายหนุ่มถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร ส่วนชายชราเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจขึ้นมา “ระวังใบไม้เหล่านี้ พวกมันสามารถเข้าไปในร่างกายของเจ้าได้ และจะส่งผลต่อวิญญาณของเจ้า!”
ทว่าสายเกินไปแล้ว ใบไม้เหล่านี้ค่อย ๆ หายไปและเข้าสู่พื้นที่จิต