มแก่นแท้ผู้หนึ่งทำให้เจ้าหวาดกลัวจนเป็นเช่นนี้หรือ?”
“เขาไม่กลัวพลังของข้า และยังเลี้ยงสิ่งประหลาดบางอย่างที่สามารถปล่อยสายฟ้าออกมาได้ด้วยขอรับ” เมื่อราชันต้นหัวเราะหวนคิดถึงเงาสายฟ้า มันก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งกาย
“ผู้ใดอยากลองไปดู” ประมุขมองไปยังวิญญาณต้นไม้รอบ ๆ พลางเอ่ยถาม
ขณะนั้นเองชายหัวโตผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา ชายหัวโตผู้นี้ดูแล้วเหมือยหัวไชเท้าเล็กน้อย ลำตัวท่อนบนดูหนา ท่อนล่างเล็ก แต่ทั้งร่างกลับเป็นสีม่วง แม้แต่ตอนหายใจรูจมูกยังพ่นไอสีม่วงออกมา
“ท่านประมุข มอบหน้าที่นั้นให้ข้าเถอะขอรับ”
“อืม พ่างจื่อ มอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน” ประมุขหันไปพูดกับวิญญาณต้นไม้ที่มีนามว่าพ่างจื่อ
พ่างจื่อขานรับ แล้วให้ราชันต้นหัวเราะนำทางไป
…
ขณะนั้นเอง เมื่อเดินไปถึงกลางภูเขา ชายชราก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “เหตุใดตลอดเส้นทางจึงไม่พบผู้ใดเลยเล่า?”
“พวกเขาอาจจะกลัว” ลู่เฉินตอบ
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” ชายชรารู้ว่าภูเขาพฤกษาทมิฬรวบรวมคนที่น่ากลัวเอาไว้มากมาย แต่ละคนก็ล้วนเจ้าอารมณ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะหวาดกลัวเช่นนี้
ทว่าทันใดนั้นชายหนุ่มพูดขึ้นมาว่า “มาแล้ว”
มาแล้ว?
ขณะที่ชายชรากำลังแปลกใจว่าผู้ใดมา ตรงหน้ากลับมีแสงสีม่วงสว่างวาบขึ้น จากนั้นร่างอ้วนท้วมก็ปรากฏขึ้นมา และยังมีราชันต้นหัวเราะยืนอยู่ด้านข้าง ๆ
ราชันต้นหัวเราะชี้ไปยังลู่เฉินและชายชรา “คือพวกเขา”
เมื่อชายชราเห็นพ่างจื่อจึงขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “