รึ?”
“ใช่แล้ว!” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
ผู้อาวุโสสามโกรธจัดจนลอบสาปแช่ง “สารเลว!”
“จะต่อหรือไม่เล่า?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายพลางถามด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสสามแค่นเสียง “แม้เจ้าจะจับเขาได้ แต่ข้าก็ยังคงจัดการเจ้าได้!”
“อ้อ? อาศัยวิญญาณนี้ของเจ้าน่ะรึ?” เมื่อมองไปยังผู้อาวุโสสามที่ไร้ร่างกายแล้ว ลู่เฉินก็หัวเราะออกมา
“ว่าไงนะ เจ้าดูถูกวิญญาณของข้ารึ!” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกล้าดูถูกตน ผู้อาวุโสสามก็จ้องอีกฝ่ายเขม็งทันที
ชายหนุ่มยิ้มอย่างชั่วร้าย “ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า แต่ข้าแค่คิดว่าถ้าไม่มีร่างกาย เจ้าก็เทียบข้าไม่ได้!”
“เหลวไหล มันง่ายยิ่งนักที่จะสังหารขั้นหลอมแก่นแท้เช่นเจ้า!”
“ถ้าฆ่าได้ง่ายปานนั้น วังเหมันต์สงัดจะต้องการเจ้าไปทำไมเล่า?” ชายหนุ่มยิ้มออกมา
ผู้อาวุโสสามเพิกเฉยต่อคำพูดนั้นและกำลังจะลงมือ แต่เงาสายฟ้าพลันปรากฏขึ้น และทันใดนั้นก็ปล่อยพายุฟ้าคะนองหลายลูกติดต่อกัน
หลังจากที่ผู้อาวุโสสามถูกพายุฟ้าคะนองระเบิดใส่หลายครั้ง วิญญาณของเขาก็รู้สึกราวกับว่ากำลังจะระเบิดออก เขาเดินโซเซไปรอบ ๆ “เจ้า …รอข้าก่อนเถอะ!”
“ไม่เป็นไรงั้นรึ?” ลู่เฉินจำต้องชื่นชมความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
ทางด้านผู้อาวุโสสาม เขาคิดกระโดดหนีออกจากป่า แต่ใครจะรู้ว่าเขาหนีไม่พ้นและทำได้เพียงบินวนไปรอบ ๆ ชายหนุ่มยืนอยู่ใต้ต้นไม้และมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อย่าเสียเปล่าเลย เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ผู้อาวุโสสามถามด้วยค