ังนั้นจึงไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้อีกต่อไป ตอนนี้เจ้าทำได้แค่เชื่อฟังและปล่อยให้ข้าเอาวิญญาณของเจ้าออกไปเท่านั้น!” ผู้อาวุโสสามกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
“เอาวิญญาณของข้าไปหรือ?”
“ถูกต้อง กริชของข้าเรียกว่ากริชดูดวิญญาณ ตราบใดที่มันเจาะร่างกายของเจ้าได้ มันจะสามารถดูดวิญญาณของเจ้าเข้าไปและปิดผนึกไว้ข้างใน” ผู้อาวุโสสามพูดอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินยังคงแสร้งทำเป็นกลัวและถอยกลับไปทีละก้าว
ผู้อาวุโสสามยิ้มพิกล “เจ้าหนู ไม่ต้องกลัวไป มันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”
หลังจากพูดเช่นนั้น ผู้อาวุโสสามก็คว้าไหล่ของชายหนุ่มด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างเงื้อกริชแทงใส่
แต่ในขณะนี้เองลู่เฉินพลันคว้ากริชด้วยมือเดียว เสี้ยวพริบตากริชก็พุ่งผ่านไป ก่อนแทงเข้าที่แขนขวาของผู้อาวุโสสามโดยตรง
ทันใดนั้นผู้อาวุโสสามพลันรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของเขากำลังจะถูกดูดออกไป จึงถอยออกไปด้วยความกลัว ก่อนจ้องมองอีกฝ่ายที่ถือกริชของเขาไว้และพูดด้วยความตกใจว่า “เหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นไร?”
“ข้าแค่แสดง แน่นอนว่าย่อมไม่เป็นไร” ชายหนุ่มยิ้มให้ผู้อาวุโสสาม
“แสดงรึ?” ผู้อาวุโสสามพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ลู่เฉินยิ้มเมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสสามยังคงไม่รู้อะไรเลย “เจ้าขอให้หลงซวงจัดการกับข้า แต่ข้าจับหลงซวงคนนี้ได้ซะก่อน เจ้าจึงถูกข้าติดตามมานานแล้ว”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นสีหน้าของผู้อาวุโสสามก็ดูย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม “เจ้าบอกว่าเจ้าจับหลงซวงได้งั้น