้ประหลาด?” เสียงนั้นเริ่มตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย
“ใช่ขอรับ” หลวงซวงกุ่ยรับคำ
“เอาละ เจ้าไม่ต้องยุ่งแล้ว”
“เช่นนั้น… ข้าก็กลับไปได้หรือขอรับ?”
“กลับไปได้ แต่เจ้าไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครได้ เข้าใจหรือไม่?” ผู้อาวุโสสามเตือนหลวงซวงกุ่ยด้วยท่าทางคล้ายกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
หลวงซวงกุ่ยตอบรับแล้วจากมา
ที่โลงศพ ผู้อาวุโสสามพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “สวรรค์กำลังช่วยข้าจริง ๆ!”
ทว่าทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งเดินออกมาจากโลงศพ
ชายผู้นี้ไม่มีร่างกาย แต่วิญญาณกลับแข็งแกร่งมาก เมื่อเขาเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ก็ปรากฏปราณภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วน
หลังจากที่ลู่เฉินเห็นภาพนั้นผ่านกุ่ยเจี๋ย เขาก็แอบพึมพำว่า “ไม่มีร่างรึ?”
ขณะที่ชายหนุ่มนึกสับสน ผู้อาวุโสสามก็จากไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้กุ่ยเจี๋ยติดตามอีกฝ่ายไปอย่างลับ ๆ
หลังจากนั้นไม่นานผู้อาวุโสสามก็มาถึงป่าด้านนอก ซึ่งมีแผ่นหินสลักอยู่ที่นั่นว่า ‘ป่าประหลาด ห้ามเข้า’
ผู้อาวุโสสามมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปยังสถานที่หนึ่งด้านในป่า
กุ่ยเจี๋ยติดตามไปอย่างลับ ๆ ในป่าเต็มไปด้วยปราณภูตผีและค่ายกล
แม้แต่ผู้อาวุโสสามเองก็ยังไม่กล้าเดินไปทั่ว เขาเพียงมาที่บริเวณหนึ่งและฝังหินรูปร่างเล็ก ๆ แปลก ๆ ไว้รอบ ๆ บริเวณ จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงตรงใจกลางพื้นที่แห่งนั้น
ต่อมาทั้งร่างของเขาก็ถูกซ่อนเอาไว้
แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะซ่อนตัวดีเพียงใดก็ไม่สามารถหนีจากการรับรู้ของลู่เฉินได้
ชายห