นุ่มลอบยิ้ม ‘อยากดักรออยู่ที่นี่รึ’
ตอนนี้ผู้อาวุโสสามไม่รู้ว่าลู่เฉินรู้ตัวแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังยิ้มแปลก ๆ และใช้ให้กุ่ยเจี๋ยไปยังพื้นที่ใกล้ ๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกับค่ายกลรอบ ๆ ด้วย หลังจากบันทึกกฎการทำงานของค่ายกลทีละรายการแล้ว กุ่ยเจี๋ยก็ยังลอบติดตามอีกฝ่ายไปอย่างลับ ๆ
ชายหนุ่มดึงสติคืนกลับมา จากนั้นก็พบสถานที่รกร้าง หลังจากนำ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมาแล้ว เขาก็หยิบไหมคลุมวิญญาณออกมา และเริ่มสร้าง ‘พื้นที่เล็ก ๆ’ ที่นั่น
ดักแด้แมลงวิญญาณที่อยู่ข้าง ๆ ทำท่าอยากรู้อยากเห็น “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
“สร้างสถานที่สำหรับฝึกฝน” ลู่เฉินอธิบาย
ดักแด้แมลงวิญญาณไม่เข้าใจ “สถานที่ฝึกฝนรึ?”
“ใช่แล้ว!” เขาพูดแล้วทำงานต่อ
วันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มออกจาก ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ และไปที่ตำหนักหุบเขาลึก
ขณะนี้สถานที่แห่งนั้นมีผู้อาวุโสหลายคนรออยู่ เมื่อพวกเขาเห็นลู่เฉินปรากฏตัวก็รีบพาเขาไปหาผู้อาวุโสใหญ่ทันที
หลังจากผู้อาวุโสใหญ่เห็นอีกฝ่ายมาก็ยืนขึ้นแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ”
จากนั้นคนเหล่านี้ก็ ‘พา’ ลู่เฉินไปยังป่าผลไม้ประหลาด
ผู้อาวุโสใหญ่มองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยว่า “ในหนึ่งเดือน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เจ้าต้องกลับมาตามเส้นทางเดิมนะ เข้าใจหรือไม่?”
“ข้าทราบแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว
ผู้อาวุโสใหญ่มองป่าด้านหน้า “ที่นี่มีค่ายกลและพิษอยู่มากมาย ดังนั้นเจ้าจะต้องระวังตัวด้วย”
เขาไม่คาดว่าผู้อาวุโสใหญ่คนนี้จะมีมนุษยธรรม ทว