ำลังจะมา
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผู้อาวุโสสามก็ค้นพบร่องรอยของลู่เฉินอย่างรวดเร็ว และลอบยิ้มอย่างลับ ๆ ‘มาแล้ว!’
เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรและเดินหน้าต่อไป
จนกระทั่งมีเขตแดนสีดำเกิดขึ้นรอบตัว ลู่เฉินพลันขมวดคิ้ว “ใครกัน!”
ครู่ต่อมา เงาดำก็ปรากฏออกมาและกลายเป็นรูปลักษณ์ของผู้อาวุโสสาม
ผู้อาวุโสสามคนนี้มีหนวดเคราเต็มใบหน้าและไม่มีร่างกาย ทว่ากลับมีวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก เขามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนู เจ้ารู้จักข้าหรือไม่?”
“ข้าไม่รู้” เขาส่ายหน้า
“ไม่รู้จักข้าก็ถูกต้องแล้ว!” ผู้อาวุโสสามยกยิ้มมุมปาก
ลู่เฉินถาม “แล้วท่านเป็นใครกัน?”
“ข้าคือผู้อาวุโสสาม” ผู้อาวุโสสามตอบ
“อ้อ ผู้อาวุโสสามนั่นเอง!” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นกระตือรือร้นราวกับว่าเขาจำ ‘คนรู้จัก’ ได้
ผู้อาวุโสสามยิ้มและพูดว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือเจ้า!”
“ช่วยข้ารึ?”
ผู้อาวุโสสามหยิบเม็ดยาออกมา “ผู้อาวุโสใหญ่ให้ข้าใช้ยาเม็ดนี้กับยันต์ที่อยู่รอบ ๆ เพื่อทำให้วิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเข้าไปแล้วเจ้าจะได้ปลอดภัย”
“ผู้อาวุโสใหญ่รึ?” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นสงสัย
“ใช่แล้ว เป็นผู้อาวุโสใหญ่”
ลู่เฉินเย้ยหยันในใจ ‘ช่างแต่งเรื่องเก่งเสียจริง’
ทว่าลู่เฉินก็ยังคงแสร้งทำเป็นตื่นเต้นและพูดว่า “ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นยาอะไร?”
“เป็นเจ้านี่อย่างไรเล่า” ผู้อาวุโสสามหยิบยาเม็ดสีดำออกมา
ชายหนุ่มรู้ว่ามันไม่ใช่ยาที่ดีแน่นอน แต่เขาก็ไม่กลัวพิษใด