รพว่า “ผู้อาวุโสใหญ่”
เขามองดูอีกฝ่าย นอกจากใบหน้าที่ซีดเซียวแล้ว นางก็ยังดูเด็กมาก ราวกับสตรีในวัยยี่สิบถึงสามสิบ และบนหน้าผากของนางยังมีจุดสีดำคล้ายรอยประทับอะไรบางอย่าง
ไม่เพียงเท่านั้น คิ้วของนางยังถูกทาด้วยสีม่วงและเล็บนั้นยังเป็นสีดำ มันทำให้นางดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย
“เขามีนามว่าอันใด” ผู้อาวุโสใหญ่ขยับริมฝีปากสีซีดนั้นเล็กน้อย
“ลู่เฉินขอรับ” ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าว
“อ้อ แต่เหตุใดข้าจึงเห็นว่าเขาอยู่เพียงขั้นหลอมแก่นแท้เล่า?” ผู้อาวุโสใหญ่สับสน
ผู้เฒ่าทั้งสามคนจึงอธิบายความสามารถของลู่เฉินทันที
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “เจ้าทั้งสามคิดว่าเขามีความสามารถพอที่จะไปยังสถานที่นั้น และช่วยเราเก็บผลไม้นั้นได้หรือ?”
ทั้งสามพยักหน้า
หลังจากที่ผู้อาวุโสใหญ่เข้าใจแล้ว นางก็มองไปที่ชายหนุ่มแล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าเตรียมใจพร้อมแล้วหรือยัง?”
ลู่เฉินตอบว่า “พวกเจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าจะให้ทำสิ่งใด?”
หลังจากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองผู้อาวุโสอีกสามคนที่เหลือ ทันใดนั้นผู้อาวุโสเจ็ดก็พูดด้วยสีหน้าอับอาย “ก็ท่านบอกว่าต้องการเก็บมันเป็นความลับ ดังนั้นเราจึงไม่ได้บอกเขา”
“อ้อ เป็นเช่นนั้น…” ผู้อาวุโสใหญ่พลันตระหนักได้
ผู้อาวุโสเจ็ดจึงถามว่า “ข้าควรบอกเขาหรือไม่?”
“บอกสิ ในเมื่อเลือกเขาแล้วก็ต้องให้เขารับรู้ไว้” ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า
ผู้อาวุโสเจ็ดมองลู่เฉินแล้วพูดว่า “เจ้