วิญญาณหลายชั้นของลู่เฉินยังเปิดออก หลังจากผู้อาวุโสรองรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางก็มองเขาแปลก ๆ “เจ้ากำลังทำอันใด?”
“เจ้าอุตส่าห์มาที่บ้านของข้าทั้งที แน่นอนว่าข้าต้องรับใช้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มาที่นี่โดยเปล่าประโยชน์หรือ?”
ผู้อาวุโสรองรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางจึงใช้มือหนึ่งคว้าโครงกระดูกสีดำ
ครู่ต่อมาร่างโครงกระดูกสีดำก็โอบรอบนางไว้ ก่อนผู้อาวุโสรองจะแค่นเสียงเอ่ยทิ้งท้าย “เจ้าหนุ่ม รอก่อนเถิด ข้าจะหาทางจัดการกับเจ้าแน่นอน!”
หลังจากพูดเช่นนั้น ผู้อาวุโสรองก็หายตัวไปจากพื้นที่จิตของชายหนุ่มทันที
‘ช่างหนีไวนัก’ ลู่เฉินอดบ่นในใจไม่ได้
จากนั้นจิตสำนึกของเขาก็กลับมาที่ร่างกาย เมื่อผู้คนในลานประลองเห็นว่าชายหนุ่มสบายดี ต่างก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ลู่เฉินมองท้องฟ้า เขาเห็นเมฆสีดำค่อย ๆ จางหายไป
“ดูเร็วเข้า เมฆทมิฬหายไปแล้ว!” หลังจากพบว่าท้องฟ้าสว่างแล้วก็มีคนร้องขึ้น
คนอื่น ๆ ต่างก็นึกสงสัย “เกิดอันใดขึ้น?”
เฮยหลวนเองก็สับสนเช่นกัน ชายหนุ่มมองทั้งสามคนแล้วแสยะยิ้ม “ผู้อาวุโสรองหนีไปแล้ว”
ผู้อาวุโสรองหนีไปงั้นหรือ?
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว ทุกคนต่างรู้สึกเหลือเชื่อ บางคนถึงกับคิดว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก พวกเขาจึงมองหน้ากันด้วยความสับสน
ลู่เฉินเดินไปหาเฮยหลวน พร้อมมองฝาแฝดทั้งสองข้างกายนางก่อนจะยกยิ้ม “พวกเจ้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้วหรือไม่?”
ทั้งสองรู้สึกหวาดกลัวและต้องกา