ดูซิว่าเจ้าสามารถเรียกมันได้หรือไม่” ลู่เฉินแสยะยิ้มพร้อมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับไม่หวาดกลัวต่อการร้องเรียกของอีกฝ่าย
ดังนั้นผู้อาวุโสรองจึงทำได้เพียงเป็นฝ่ายปรากฏตัวออกมาจากท้องฟ้า
นางสวมหน้ากากหัวกะโหลก บนคอห้อยจี้รูปหัวกะโหลกขนาดเล็กอยู่ บนร่างสวมทับด้วย ‘หนัง’ ผืนหนา
หนังนี้ดูราวกับหนังอสูรสีดำบางอย่าง ที่มีความหนาซ้อนทับกันหลายชั้น
เมื่อทุกคนเห็นอีกฝ่าย แต่ละคนจึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ผู้อาวุโสเหล่านั้นขมวดคิ้วมุ่น โดยเฉพาะผู้อาวุโสเจ็ดที่ก้าวออกไปด้านหน้า พลางจ้องมองผู้อาวุโสรองและพูดว่า “ผู้อาวุโสรอง ท่านโปรดพิจารณาอีกครั้งเถอะ!”
“จะหลบหรือไม่!” ผู้อาวุโสรองมองผู้อาวุโสเจ็ดด้วยแววตาเย็นชา
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความกลัดกลุ้ม “เขาสำคัญมากจริง ๆ”
“เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!” เมื่อผู้อาวุโสรองพูดจบ หัวกะโหลกที่อยู่บนร่างก็ปล่อยเงาสีดำออกมาทันที เงาสีดำนี้กลายเป็นเงากะโหลกผนึกร่างของผู้อาวุโสเจ็ด ทำให้ร่างกายของเขาสูญเสียการควบคุมไปในทันที
“ผู้อาวุโสรอง นี่ท่าน!” ผู้อาวุโสเจ็ดร้อนใจ
ผู้อาวุโสรองพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าน่าจะรู้ถึงความเก่งกาจของเคล็ดวิชาหุ่นเชิดโครงกระดูกของข้า ดังนั้นหากไม่อยากให้ข้าจัดการเจ้า ก็จงไสหัวออกไปให้ไกลซะ!”
พูดจบ ผู้อาวุโสเจ็ดก็ถูกส่งออกไปไกลทันที ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบจึงรีบตามไปรับเขาไว้ เมื่อเงาโครงกระดูกนั่นหายไป ผู้อาวุโสเจ็ดจึงเป็นอิสระอี