นก็กำจัดข้าเสียก่อน ทำให้ข้าไร้ประโยชน์ไปเถอะเจ้าค่ะ”
“เพื่อคนนอกผู้หนึ่ง เจ้าต้องการให้ข้าทำลายเจ้าเชียวหรือ?” ผู้อาวุโสรองยิ่งโมโห
“ข้าไม่อยากถูกผู้คนนินทาและไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ดังนั้นอาจารย์ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ” เฮยหลวนพูดสิ่งที่อยู่ในใจ
“รอให้ข้าสังหารเขาก่อน จากนั้นข้าจะสั่งสอนเจ้าเป็นอย่างดี!” หลังผู้อาวุโสรองพูดจบ โครงกระดูกสีดำก็ปรากฏขึ้น มันผนึกร่างของเฮยหลวน ทำให้หญิงสาวถอยออกไปโดยไม่ตั้งใจ และยืนอยู่ตรงนั้นไม่เคลื่อนไหวใด ๆ
ทว่าเฮยหลวนกลับพูดขึ้นและยังมีท่าทางที่ดูร้อนรน “อาจารย์!”
ผู้อาวุโสรองหันกลับไปจ้องฝาแฝด “คอยดูศิษย์พี่หญิงของเจ้าไว้ให้ดี!”
“เจ้าค่ะ!”
ทั้งสองเดินเข้าไปอยู่ข้าง ๆ เฮยหลวน ส่วนผู้อาวุโสรองเดินไปตรงหน้าลู่เฉินโดยห่างเพียงห้าก้าวเท่านั้น นางมองชายหนุ่มด้วยแววตาเย็นชา “เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่กลัวข้าจริงหรือ?”
“เพียงหน้ากาก ต้องการให้ข้ากลัวหรือ?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายที่สวมหน้ากากอยู่ ก่อนจะแสยะยิ้ม
ผู้อาวุโสรองไม่รู้ว่าเขาเอาความกล้าหาญเช่นนี้มาจากที่ใด จึงได้กล้าพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ “ข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสถึงรสชาติของการเคลื่อนไหวไม่ได้!”
พูดจบ เงาโครงกระดูกหนึ่งก็พุ่งไปผนึกบนร่างของชายหนุ่ม
ทุกคนคิดว่าเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
โดยเฉพาะผู้อาวุโสรองที่พูดขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม หากตอนนี้เจ้าไม่อยากตายก็จงขอร้องให้ข้าอภัยให้เจ้า บาง