ืนรออยู่ตรงนั้นเพื่อให้ฝ่ามือแปดวิญญาณค่อย ๆ จางหายไป
ทว่าท่าทีเช่นนั้นกลับทำให้กานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ ร้อนใจขึ้นมา คนรอบข้างต่างก็คิดว่าลู่เฉินกำลังอวดดีเกินไป
บางคนพูดขึ้นว่า “เขาไม่กลัวว่าเฮยหลวนจะจับตัวเขาไปหรือ?”
“ดูเขามั่นใจถึงเพียงนี้ ข้าคิดว่านอกจากฝ่ามือแปดวิญญาณแล้วน่าจะยังมีวิธีอื่นอยู่”
“จะยังมีวิธีใดกัน?” ยังมีคนไม่เชื่อ
ในบริเวณนั้นจึงครึกครื้นขึ้นมาทันที และสิ่งที่ผู้คนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้นก็คือ นอกจากฝ่ามือแปดวิญญาณแล้ว ลู่เฉินยังมีวิธีใดอีก
ผู้อาวุโสบางคนกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจ โดยเฉพาะผู้อาวุโสเจ็ดที่คลี่ยิ้ม“เห็นแล้วหรือไม่?”
ผู้อาวุโสสี่ฝืนยิ้ม “เจ้าหนุ่มผู้นี้เสียสติไปแล้ว”
ผู้อาวุโสสิบพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่าทางของเขามั่นใจถึงเพียงนี้ ข้าคิดว่าเขาต้องมีวิธีแน่”
ผู้อาวุโสเจ็ดพยักหน้ารับ “ใช่”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เฮยหลวนก็สามารถขยับกายได้ นางถอนหายใจออกมาพลางมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เมื่อไม่มีฝ่ามือแปดวิญญาณแล้ว ข้าจะดูว่าเจ้าจะพันธนาการข้าไว้ได้อย่างไร!”
พูดจบ พลังของหญิงสาวจึงแผ่กระจายออกมา
ผู้คนในบริเวณนั้นสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของนางชั่วขณะหนึ่ง ราวกับได้รับผลกระทบอะไรบางอย่าง
“สำแดงเคล็ดวิชาวิหควิญญาณสวรรค์แล้ว” บางคนพึมพำออกมา
เมื่อมีประสบการณ์ในครั้งแรกแล้ว ในครั้งที่สองทุกคนจึงหลบออกไปไกลเล็กน้อย พวกเขาไม่อยากถูกพันธนาการอยู่ตรงนั้