ลวนหวาดกลัวศิลานั้น เมื่อศิลาเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ยิ่งรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของตนถูกอะไรบางอย่างดูดเข้าไป ทำให้พลังวิญญาณอ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวหวาดกลัวจนหลบเลี่ยงลู่เฉิน และรักษาระยะห่างกับชายหนุ่ม
“หนีอะไรกัน?”
“เจ้าใช้สมบัติวิญญาณ!” เฮยหลวนพูดอย่างร้อนใจ
“เจ้าเพียงแค่บอกว่าไม่ให้ใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้สมบัติวิญญาณ” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
“เจ้าโกหก!” เฮยหลวนพลันหวาดกลัว
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นเช่นนี้แล้วก็รู้ว่าศิลานี้ของชายหนุ่มน่ากลัวมากเพียงใด
ผู้อาวุโสหลายคนต่างยิ้มออกมาและประหลาดใจ สงสัยว่าศิลาของลู่เฉินมีที่มาอย่างไรกัน
ทว่าลู่เฉินไม่ได้สนใจสิ่งที่ทุกคนและเฮยหลวนคิด เขากลับแสยะยิ้มพลางมองเฮยหลวน “ข้าขอแนะนำเจ้าว่าอย่าขัดขืนจะดีกว่า!”
“ตราบใดที่เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้ ข้าก็สามารถบินไปได้อย่างอิสระ”
“บิน?”
“ใช่!” เฮยหลวนคิดว่าหากเสมอกันก็ไม่ถือว่าลู่เฉินชนะ
แต่เขาจะทำในสิ่งที่นางหวังได้อย่างไร
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไปข้าง ๆ ค่ายกลบนลานประลอง ทุกคนต่างก็แปลกใจพลางคิดว่าลู่เฉินจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มก็วางฝ่ามือลงไป
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นเขาวางกลอุบายบางอย่าบนค่ายกลนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าคือสิ่งใด
ผู้อาวุโสสี่มองไปยังผู้อาวุโสเจ็ด “เขากำลังทำสิ่งใด?”
ผู้อาวุโสสิบก็สงสัยเช่นกัน
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสเจ็ดมีท่าทีจริงจังยิ่งขึ้น “หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าหนุ่มผู้นี้น่าจะกำลังเปล