าก็อย่ารบกวนข้า”
พูดจบ เขาก็มองหาห้องใต้หลังคาที่ห่างไกลออกไป จากนั้นจัดเตรียมเล็กน้อย ไม่นานคนภายนอกก็ไม่สามารถสัมผัสถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในได้
เรื่องนี้ทำให้กานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกสงสัย
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสสี่ที่อยู่มุมหนึ่งเอ่ยถามผู้อาวุโสเจ็ดด้วยความแปลกใจ “เมื่อครู่เขาทำสิ่งใดกัน เหตุใดพวกเราจึงไม่สามารถสัมผัสถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องนั้นได้”
ผู้อาวุโสสิบก็อยากรู้เช่นกัน จึงมองผู้อาวุโสเจ็ดด้วยความแปลกใจ
ผู้อาวุโสเจ็ดอธิบายว่า “เขาตั้งค่ายกลขึ้นมา และค่ายกลนี้สามรถตัดการรับรู้ของพวกเราได้!”
“หมายความว่าอย่างไร?”
ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบตกใจ ส่วนผู้อาวุโสเจ็ดกลอกตามองพวกเขา “ตกใจอะไรกัน?”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ เก่งเกินไปหรือไม่? เพียงพริบตาเดียวก็สามารถสร้างค่ายกลที่แข็งแกร่งเช่นนี้ขึ้นมาได้?” ผู้อาวุโสสี่แปลกใจ
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดขึ้นว่า “ข้าบอกแล้ว ความสามารถเรื่องค่ายกลของเขานั้นนับว่าสูงมาก ดังนั้นพวกเจ้าต้องคุ้มครองเขาให้ดี ทำให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเขา มิเช่นนั้น หากคิดจะหาโอกาสเช่นนี้อีก เกรงว่าจะต้องรอไปถึงเมื่อใดก็มิอาจรู้ได้”
“เช่นนั้น ประกาศออกไปว่าเขาชนะการประลองก็จบแล้ว” ผู้อาวุโสสิบพูดขึ้น
ทว่าผู้อาวุโสสี่กลับพูดค้านขึ้นมา “ไม่ได้”
“เหตุใดจึงไม่ได้?” ผู้อาวุโสสิบไม่เข้าใจ
“ก