เลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ข้ามีวิธีที่สามารถพิสูจน์สิ่งที่เจ้าพูดว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“วิธีใด?”
“ข้ามีหญ้าสวรรค์แห่งความจริงอยู่ต้นหนึ่ง หากเจ้ากล่าวเท็จ มันจะสั่นไหว หากเจ้าพูดความจริง มันจะไม่ส่งผลใด ๆ ”
“หญ้าสวรรค์แห่งความจริง?” ชายหนุ่มคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีสิ่งนี้
“ใช่!”
“ได้ เช่นนั้นก็มาเถิด” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
จิ่วคูคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตรงไปตรงมาเช่นนี้ จึงนำแจกันดอกไม้ออกมา หลังจากปล่อยพลังปราณเข้าไปแล้ว แจกันดอกไม้นี้จึงมีแสงสีเขียวสว่างขึ้น และมีหญ้าต้นหนึ่งงอกออกมา
ต้นหญ้านี้เรียวเล็กยิ่งนัก และยังมีแสงสีเขียวจาง ๆ ปรากฏอยู่
ทว่ามันตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น ไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ดูเหมือนว่าเมื่อมีลมพัดมาก็ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อมัน
“เจ้าหนุ่ม เตรียมพร้อมเถิด” จิ่วคูจ้องมองลู่เฉินพลางเอ่ยขึ้น
ชายหนุ่มยิ้ม “มา!”
จิ่วคูจึงเริ่มเอ่ยถามลู่เฉิน “เจ้าเคยนำสิ่งประหลาดของเจ้าไปยังแดนผลไม้ต้องห้ามหรือไม่?”
“ไม่เคย!” ชายหนุ่มตอบกลับตรง ๆ
จิ่วคูมองไปยังต้นหญ้านั้น แต่ต้นหญ้ายังคงไม่เคลื่อนไหวใด ๆ จึงรู้สึกสงสัย “หรือจะไม่ใช่เจ้าจริง ๆ?”
“ข้าคิดว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตผีและผู้อาวุโสแปดหลอกลวงเจ้า” ลู่เฉินกล่าว
จิ่วคูยังคงไม่วางใจ จึงเอ่ยถามอีกครั้ง
แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม จึงทำให้จิ่วคู่รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก “พวกเขาโกหกจริงหรือ?”
ชายหนุ่มแอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ เพราะหญ้าต้นนี้ ได้ถูกเขา