‘ข่มขู่’ จนหวาดกลัวไปก่อนเสียแล้ว
เพราะหญ้าต้นนี้ก็เป็น ‘วิญญาณ’ ชนิดหนึ่ง เมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉิน จึงทำได้เพียงเชื่อฟังเขา มิเช่นนั้นชายหนุ่มก็สามารถทำให้มันแห้งเฉาได้ตลอดเวลา
ทว่าจิ่วคูไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งยังมองลู่เฉินด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บ ‘ต้นไม้ใหญ่’ ของตนกลับเข้ามา จากนั้นจ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาจริงจังพลางพูดว่า “เจ้าไปได้!”
ลู่เฉินยิ้มก่อนจะหมุนตัวและเดินจากไป ในขณะที่จิ่วคูที่ยังคงไม่พอใจจึงหมุนตัวเดินกลับไปยังตำหนักผู้อาวุโสเพื่อไปพบผู้อาวุโสแปด
ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสแปดได้อยู่ภายในห้องลับของตน โดยที่รักษาวิญญาณอยู่ภายในขวดแก้วโปร่งแสงขนาดใหญ่
ขณะเดียวกัน ภายในขวดแก้วขนาดใหญ่นี้ยังมีศิลาขนาดใหญ่อยู่ชิ้นหนึ่ง
เห็นเพียงวิญญาณของผู้อาวุโสแปดผนึกไปบนศิลานี้ ทำให้ตนสามารถเริ่มหลอมรวมจิตวิญญาณได้อย่างช้า ๆ
จิ่วคูตะโกนขึ้นมาจากด้านนอกว่า “เปิดประตู!”
ผู้อาวุโสแปดยังคิดที่จะใช้ประโยชน์จากจิ่วคู ดังนั้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายมาที่นี่ เพียงความคิดเดียวประตูก็ถูกเปิดออก
จิ่วคูเข้ามาภายในห้องลับ และมองไปยังผู้อาวุโสแปดที่หลอมรวมจิตวิญญาณอยู่
“จับเขาได้แล้วหรือ?” ผู้อาวุโสแปดถามอย่างมีความหวัง
“ไม่”
“เช่นนั้น ท่านยังไม่ไปอีกหรือ?” ผู้อาวุโสแปดสงสัย
“ท่านหลอกใช้ข้า” จิ่วคูจ้องเขม็งไปยังผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดใช้ประโยชน์จากจิ่วคูจริง ๆ แต่เขากลับพูดขึ้นว่า “ระหว่างเรานั้นเรียกว