เงาสายฟ้าก็ทำเขาเกือบตายเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงรีบหมุนตัวคิดจะหนีออกไปจากที่นี่
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้อาวุโสแปดพบว่าตนออกไปไม่ได้ ก็ดูราวกับว่าเขาจะได้มายังสถานที่แห่งใหม่เสียแล้ว
“เกิดสิ่งใดขึ้น?” ผู้อาวุโสแปดงุนงงสงสัย
ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้อาวุโสแปด “บอกเจ้าตามตรง ข้าได้เปลี่ยนแปลงค่ายกลรอบ ๆ แล้ว”
“เปลี่ยนแปลงค่ายกล?” ผู้อาวุโสแปดเบิกตากว้าง คิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องตลก
ลู่เฉินยิ้มพลางมองเขา “อย่างไรกัน? มีปัญหาหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้! ค่ายกลนี้น่ากลัวยิ่งนัก! เจ้าจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสแปดไม่เชื่อในสิ่งที่ลู่เฉินพูด
ลู่เฉินจึงฉีกยิ้มพลางเอ่ยว่า “หากไม่เชื่อ เจ้าจงเดินไปรอบ ๆ ดูว่าเจ้ายังสามารถออกไปได้หรือไม่”
ออกไป?
ผู้อาวุโสแปดครุ่นคิด จากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ แทบจะพุ่งออกไปจนทนไม่ไหว แต่ลู่เฉินกลับมองหาโขดหินและนั่งลงไปบนนั้น จ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยเยาะเย้ยว่า “เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเสียเวลากับการทำสิ่งนี้หรือไม่?”
ผู้อาวุโสแปดชะงัก มองไปยังชายหนุ่มพลางเอ่ยอย่างโมโห “เป็นเพราะเจ้า!”
“เจ้าเป็นคนพาข้ามาที่นี่เองชัด ๆ เหตุใดจึงมาโทษข้า?” ลู่เฉินยิ้ม
ผู้อาวุโสแปดพาตัวชายหนุ่มมาที่นี่ ก็เพียงเพราะไม่ต้องการให้ผู้อาวุโสท่านอื่นหาเจอ แต่กลับไม่คิดว่าตนจะถูกค่ายกลของที่นี่กักขังไว้
ดังนั้นผู้อาวุโสแปดจึงพูดขึ้นอย่างไม่สบายใจนัก “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้าจะจัดการเจ้าแน