้นก็รอดู”
“รอ?”
“รอดูศิษย์ของข้าว่าจะได้เผชิญหน้ากับเขาหรือไม่ ถ้าหากได้เจอเขาก็ดี แต่หากไม่เจอ เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราเพียงลงมืออย่างรวดเร็ว ก็น่าจะสามารถนำตัวเจ้าหนุ่มผู้นั้นไปได้” ผู้อาวุโสแปดเสนอแนะ
“เช่นนั้นก็หวังว่าลูกศิษย์ท่านจะได้พบเขา” จิ่วคูพูดจบก็มองไปยังลู่เฉินที่ไม่สนใจพวกเขา จากนั้นจึงสบถด่า “เจ้าหนุ่มนั่นสมควรตาย!”
ผู้อาวุโสแปดก็คิดเช่นนั้น จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับจิ่วคูว่า “อีกสักครู่เมื่อถึงเวลาจับฉลาก เจ้าก็ร่วมมือกับข้าเสียหน่อย”
“ท่านจะทำสิ่งใด?”
“ข้าจะรวมพลังวิญญาณไปบนแผ่นไม้เหล่านั้น แต่ท่านต้องช่วยข้าสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อหลอกผู้อาวุโสสิบ ทำให้เขาไม่มีทางรู้ว่าข้ากำลังทำสิ่งใด!”
จิ่วคูเข้าใจแล้วจึงพยักหน้ารับ “ตกลง ข้าจะร่วมมือกับเจ้า!”
หลังจากนั้นพวกเขาก็รออยู่ตรงนั้น
เฉียนหลัวที่อยู่อีกด้านหนึ่งนำเรื่องนี้ไปบอกลู่เฉินทันที
หลังจากชายหนุ่มทราบเรื่อง เขากลับไม่มีท่าทีสนใจมากนัก และยังคงอยู่ตรงนั้นต่อไป
จนกระทั่งรอบที่สองจบลง
ผู้อาวุโสสิบจึงนำแผ่นไม้ออกมาอีกครั้ง
ทุกคนต่างแปลกใจว่าครั้งนี้ลู่เฉินและคนอื่น ๆ จะได้พบกับผู้ใด
ทุกคนต่างก็ถกเถียงกัน จนกระทั่งแผ่นไม้ถูกแบ่งออกเป็นสองกอง และค่อย ๆ ถูกเปิดออก ทุกคนจึงดูคึกครื้นขึ้นมาทันที บางคนยังตะโกนขึ้นว่า “ดูนั่น เจ้าหนุ่มขั้นหลอมแก่นแท้ได้เจอกับจูเก๋อหลิงเฟิงแล้ว!”
“เรามีเรื่องสนุกดูแล้ว!”
เฮยหลวนขมวดคิ