แปดกลับพูดตัดบท “ผู้อาวุโสเจ็ด ถ้าหากท่านมีหลักฐานก็จงนำออกมาซะ อย่ามาพูดให้ร้ายข้าที่นี่!”
ผู้อาวุโสเจ็ดเพียงยกยิ้ม “แต่ข้าเห็นว่าเจ้าหนุ่มนั่นมีท่าทางมั่นใจนัก”
ผู้อาวุโสแปดมองไปยังลู่เฉิน ก่อนจะตะโกนขึ้นมาด้วยความมั่นใจ “มั่นใจแล้วอย่างไร? ในเมื่อที่สุดแล้วก็ยังคงต้องตายด้วยเงื้อมมือของศิษย์ข้าอยู่ดี!”
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น” ผู้อาวุโสเจ็ดเห็นชายหนุ่มดูไม่ธรรมดาจึงเอ่ยค้านอีกฝ่าย
“เจ้ารอดูไปเถิด!” ผู้อาวุโสแปดตะคอกใส่และไม่พูดอะไรอีก
และในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสสิบก็ประกาศออกมา “รอบที่สาม เริ่มได้!”
เพียงไม่นาน ลู่เฉินและพวกที่เป็นหมายเลขหนึ่งก็ขึ้นไปยังลานประลอง จูเก๋อหลิงเฟิงและอีกหนึ่งคนก็ขึ้นไปเช่นกัน
สามต่อสอง คนจำนวนไม่น้อยไม่รู้สึกว่าจูเก๋อหลิงเฟิงจะพ่ายแพ้ เพราะจูเก๋อหลิงเฟิงและคนกลุ่มนี้เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสแปด และยังสามารถใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณได้ ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าพวกเขาจะจัดการทั้งสามได้อย่างง่ายดาย
เมื่อจูเก๋อหลิงเฟิงขึ้นไปบนลานประลอง ก็หันไปพูดกับศิษย์อีกคนหนึ่งว่า “เจ้าจัดการสองคนนั้น ข้าจะจัดการเจ้าหนุ่มผู้นี้เอง!”
“ขอรับ!”
ราวกับศิษย์ผู้นั้นเตรียมตัวพร้อมแล้ว จึงปล่อยเขตแดนหมัดแสงทองไปยังกานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉง
ส่วนจูเก๋อหลิงเฟิงก็ปล่อยไปยังลู่เฉินเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเกิดเขตแดนสองแห่งขึ้นมา
ในนั้นมีหนึ่งแห่งที่อ่อนแอ และอีกแห่งที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าจะอ่อนแอ แต่ก็