หรือ?” จูเก๋อหลิงเฟิงเอ่ยถามอย่างคาดไม่ถึง
“ตายแล้ว และไม่ว่าข้าจะข่มขู่เจ้าหนุ่มนั่นอย่างไร เขาก็ไม่สนใจข้า” ผู้อาวุโสแปดยิ่งพูดยิ่งโมโห
จูเก๋อหลิงเฟิงจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะต้องทำให้เขาตายทั้งเป็นแน่นอน!”
“ต้องอาศัยเจ้าแล้ว!” ผู้อาวุโสแปดรอจูเก๋อหลิงเฟิงอย่างมีความหวัง อยากยืมมือเพื่อสั่งสอนลู่เฉิน
จูเก๋อหลิงเฟิงพยักหน้ารับ และมองไปยังศิษย์น้องของตนอีกคนหนึ่ง “ศิษย์น้องหลาว เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าอยู่ด้านข้างและปล่อยเขตแดนหมัดแสงทองออกมากักขังอีกสองคนไว้ก็พอ ส่วนข้าจะจัดการเจ้าหนุ่มผู้นั้นเอง”
“ได้เลย ศิษย์พี่” ศิษย์น้องหลาวที่มีรูปร่างเล็กขานรับ
จูเก๋อหลิงเฟิงจ้องมองไปยังลู่เฉินที่อยู่ไกลออกไป พลางพึมพำว่า “รอก่อนเถิด ข้าจะต้องทำให้เจ้าคุกเข่าร้องขอชีวิต!”
ไม่เพียงแต่จูเก๋อหลิงเฟิงเท่านั้น ผู้อาวุโสแปดก็จ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาเย็นชาเช่นกัน
จนกระทั่งหลังจากที่เดินตามหลังออกมาถึงลำดับที่ยี่สิบแล้ว ผู้อาวุโสสิบจึงประกาศเข้าสู่เขตแดนสำหรับรอบถัดไป ส่วนคนที่ยังอยู่ในค่ายกลนั้นก็ค่อย ๆ ถูกเคลื่อนย้ายกลับออกมา
เมื่อรู้ว่ามีทั้งยี่สิบอันดับแล้ว คนของกลุ่มอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ หายไปทีละคน
“ตอนนี้ทุกคนตามข้ามา” เมื่อผู้อาวุโสสิบพูดจบ ก็พาทุกคนเดินผ่านตำหนักไป จนกระทั่งถึงลานกว้างแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านข้างของตำหนัก
ที่นี่มีลานประลองขนาดใหญ่อยู่
และรอบลานประลองนี้ก็มีค่ายกลอย