หลิงไม่ได้พูดอะไร และทุกคนก็ต้องแปลกใจว่าเหตุใดเฮยหลวนจึงหันไป ‘สนับสนุน’ ลู่เฉิน
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ทุกคนกลับรู้สึกสับสน
เมื่อเห็นเฮยหลวนเดินไปตรงหน้าลู่เฉิน และยิ้มพลางพูดกับอีกฝ่ายว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นเหยื่อของข้า ดังนั้นเจ้าพ่ายแพ้ข้าได้เท่านั้น ไม่สามารถพ่ายแพ้ให้ผู้อื่นได้”
ลู่เฉินกลับหลับตาลงและฉีกยิ้ม “คู่ต่อสู้ผู้พ่ายแพ้แก่ข้า”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ต่างก็มองหน้ากัน จากนั้นจึงเริ่มถกเถียงกัน “หรือเขาจะเคยสู้กันมาแล้ว?”
“คงไม่หรอก เฮยหลวนเก่งเพียงนั้น จะพ่ายแพ้ให้เจ้าหนุ่มผู้นี้ได้อย่างไร?”
“ใช่ เจ้าหนุ่มนั่นต้องพูดจาเลอะเทอะแน่”
ส่วนเฮยหลวนนั้น อย่างไรเขาก็ไม่ยอมรับ ดังนั้นนางจึงฉีกยิ้มพลางมองลู่เฉิน “เจ้าพูดโม้ต่อไปเถิด”
เมื่อพูดจบ เฮยหลวนก็ทำเหมือนว่าตนไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน
ชายหนุ่มจึงไม่สนใจนางและหลับตาต่อไป
กานจิ่วเม่ยที่อยู่ด้านข้างชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าสังหารจินอีฉุยจริง และยังเคยเอาชนะเฮยหลวนได้ด้วยหรือ?”
“แล้วอย่างไรกัน?” ลู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
กานจิ่วเม่ยอดรู้สึกนับถือไม่ได้ “เจ้าช่างเก่งกาจนัก!”
กู่ซานฉงเต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็ยังคงถกเถียงเรื่องระหว่างลู่เฉินและเฮยหลวน ว่าแท้จริงแล้วทั้งสองเคยต่อสู้กันมาก่อนหรือไม่
ส่วนจูเก๋อหลิงเฟิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นกำลังพูดบางอย่างกับผู้อาวุโสแปด
“อาจารย์ ศิษย์น้องถูกเขาสังหารแล้ว