ดการจินอีฉุยไปเสียแล้ว
ทางด้านจูเก๋อหลิงเฟิงนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที “อาจารย์ ท่านพูดเรื่องใดกัน?”
“ก่อนที่จินอีฉุยจะตาย ได้ใช้ยันต์ถ่ายทอดกับข้า” ผู้อาวุโสแปดพูดออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูเก๋อหลิงเฟิงก็มองไปยังลู่เฉินด้วยความโกรธเคือง “เจ้าหนุ่ม เรื่องจริงหรือ?”
“หากจะโทษก็ต้องโทษตัวเจ้าเอง เหตุใดจึงต้องให้เขามายุ่งกับข้า?” ลู่เฉินหลับตาอยู่ตรงนั้นและพูดออกมาช้า ๆ
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพูดเช่นนี้ ส่วนจูเก๋อหลิงเฟิงเบิกตามองไปยังลู่เฉินด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
เฮยหลวนที่อยู่อีกด้านอดชื่นชมในความกล้าหาญของลู่เฉินไม่ได้ ถึงขนาดที่ผู้อาวุโสแปดออกหน้าแล้ว เขาก็ยังไม่สนใจ
ส่วนฉีเจี้ยนมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ เหตุใดจึงสังหารจินอีฉุยได้
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสแปดก็หันไปพูดกับจูเก๋อหลิงเฟิงด้วยความโมโห “หากได้เจอกับเขา ก็จัดการเขาซะ!”
“อาจารย์ ข้าทำแน่!” จูเก๋อหลิงเฟิงกัดฟันพูด
เฮยหลวนที่อยู่อีกด้านหนึ่งยกยิ้มพลางพูดว่า “พวกเขามีกันสามคน ส่วนพวกเจ้าเหลือเพียงสองคน จะต่อสู้กับพวกเขาหรือ?”
“ไม่ว่าพวกเขาจะมีกี่คน ข้าก็จัดการได้ไม่ยาก” จูเก๋อหลิงเฟิงพูดด้วยความมั่นใจ
ทุกคนไม่ได้คัดค้านในความอวดดีของจูเก๋อหลิงเฟิง เพราะเขามีพลังแข็งแกร่งจริง ๆ
เฮยหลวนกลับยิ่งเยาะเย้ย “เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะได้รู้ว่าเขาน่ากลัวเพียงใด”
จูเก๋อ