งเงา สามารถพูดและมองเห็นได้ แต่กลับไม่สามารถใช้พลังปราณและเคล็ดวิชาการโจมตีใด ๆ ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงก่นด่าไปรอบ ๆ “เจ้าหนุ่ม รอก่อนเถิด ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“ข้าคิดว่าภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เจ้าไม่ต้องดูแล้ว กลัวว่าเจ้าจะรับไม่ไหว” หลังจากชายหนุ่มฉีกยิ้ม สายฟ้าก็ฟาดไปบนภาพนั้น และเงาของผู้อาวุโสแปดก็หายไปในทันที
แต่อีกด้านหนึ่ง จินอีฉุยที่หวาดกลัวนั้นมีเพียงวิญญาณก่อกำเนิดและยังถดถอยลงไปเรื่อย ๆ เขาเริ่มร้องขอชีวิต “อย่า อย่าฆ่าข้า!”
“ว่าอย่างไรกัน? เริ่มร้องขอชีวิตแล้วหรือ?”
“เพียงแค่เจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้อาจารย์ของข้าเลิกสร้างความลำบากใจให้เจ้า” จินอีฉุยที่อยู่ในร่างวิญญาณพูดด้วยความร้อนใจ
ชายหนุ่มฉีกยิ้มเย็นชา “ต้องขออภัย แต่ไหนแต่ไร ข้าไม่เคยหวาดกลัวต่อผู้ใด”
“เจ้า!” จินฉีฉุยคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะไม่ยอมถอยเช่นนี้ จึงเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา จนในที่สุดก็ได้เผาวิญญาณ คิดที่จะใช้พลังสุดท้ายในการต่อสู้กับลู่เฉิน
ใครจะคิดว่าเงาสายฟ้าจะปล่อยพายุฟ้าคะนองออกมา
พายุฟ้าคะนองได้ระเบิดบนวิญญาณก่อกำเนิดนี้ในทันที
ตูม!
สายฟ้ายับยั้งวิญญาณ เมื่อเกิดการระเบิดขึ้น วิญญาณก่อกำเนิดจึงแตกเป็นเสี่ยง ๆ จินอีฉุยถึงกับสั่นสะเทือนจนหมดสติไป
…
ในขณะนั้น หลังจากชายหนุ่มมองไปยังจินอีฉุยที่หมดสติไป เขาก็ได้หาสถานที่จากนั้นจึงนั่งและหลับตาลง
กานจิ่วเม่ยที่มองลู่เฉินด้วยความสับสนพลันพูดขึ้นมาอย่างไม