บข้า ข้าจะทำให้เจ้าปลอดภัยเอง” ลู่เฉินมองมันด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าจะทำให้ข้าปลอดภัยได้จริงหรือ?” สุนัขอินทนิลถามด้วยความแปลกใจ
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “เจ้าก็เห็นความสามารถของข้าแล้ว!”
สุนัขอินทนิลรู้ดีว่าหากตนคิดจะมีชีวิตรอดท่ามกลางกลุ่มคนมากมายเพียงนี้นับว่าเป็นไปไม่ได้ และตอนนี้มี ‘พวกเดียว’ กับตนอยู่ และดูทักษะแล้วไม่อ่อนแอสักนิด ดังนั้นมันจึงตอบรับ “ข้าตกลง”
ดังนั้น ทุกคนจึงได้เห็นภาพที่ทำให้ตกตะลึง นั่นก็คือสุนัขอินทนิลได้พ่นกลุ่มพลังออกมาหลอมรวมเข้าไปในร่างของลู่เฉิน
“ดูนั่น อสูรปีศาจทำข้อตกลงกับเขาแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ?” ทุกคนต่างก็คิดว่าสิ่งนี้น่าเหลือเชื่อเกินไป
จูเก๋อหลิงเฟิงพลันก่นด่า “สารเลว! นั่นมันเป็นของข้า!”
ไม่นานนัก สุนัขอินทนิลก็หายตัวไปเพราะถูกลู่เฉินซ่อนไว้
จูเก๋อหลิงเฟิงมองไปยังจินอีฉุยพลางตวาดลั่น “มัวอึ้งอะไร! ขวางเขาไว้ซะ!”
ขวางไว้?
วิธีที่จินอีฉุยสามารถใช้ได้นั้นก็ใช้ไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางลู่เฉินไว้ได้ ทำให้เขาเอ่ยด้วยความร้อนใจว่า “ศิษย์พี่ ข้าขัดขวางเขาไว้ไม่ได้!”
จูเก๋อหลิงเฟิงคิดจะเข้าไป แต่เฮยหลวนกลับพูดขึ้นว่า “ข้าบอกแล้ว เขาเป็นเหยื่อของข้า”
“เจ้ามันสตรีน่ารังเกียจ!” จูเก๋อหลิงเฟิงเดือดดาล
ลู่เฉินเดินไปหากานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ ด้วยท่าทีสบาย ๆ
ส่วนคนอื่น ๆ นั้น เมื่อรู้ว่าลู่เฉินไม่ธรรมดาก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกเขาอีก พวกเขาจึงทำได้เพียงมองชายหนุ่มด้วยคว