่จะขัดขวางตนได้ ดังนั้นเขาจึงยิ้มเย็นชาพลางพูดขึ้นว่า “ได้ รอให้ถึงการแข่งขัน ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นดีแน่”
“ข้าจะรอดู!” ฉีเจี้ยนตอบกลับ
จินอีฉุยโมโหจนเบิกตากว้าง แต่ฉีเจี้ยนกลับไม่สนใจใด ๆ
จินอีฉุยจึงทำได้เพียงถอยกลับไป แต่ก่อนจะเดินออกไปนั้น ยังนำค้อนชี้ไปยังอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม คอยดูเถิด เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะทุบพวกเจ้าคนของภูเขาเดียวดายให้ตายไปทีละคน”
ชายหนุ่มไม่สนใจ ฉีเจี้ยนจึงเดินมายังลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก่อนจะกวาดสายตามอง จนไปหยุดอยู่ที่ลู่เฉิน “ทางที่ดี เตรียมสมบัติวิญญาณป้องกันไว้ มิเช่นนั้นอาจจะถูกเขาทุบจนแตกกระจายจริง ๆ ก็ได้”
“ขอบใจที่เตือนข้า” ลู่เฉินรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่เลวเลยทีเดียว โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่มีท่าทางกล้าหาญไม่สนใจจิ่วคู มันช่างคุ้มค่าแก่การชื่นชมของลู่เฉิน
และในมุมมองของคนเหล่านั้นนับว่าเป็นเรื่องตลก บางคนยังหัวเราะพลางพูดขึ้นว่า “หัวหน้าฉี ถึงแม้เขาจะนำสมบัติวิญญาณการป้องกันมามากมายเพียงใด อย่างไรก็ต้องถูกบดขยี้เป็นชิ้นอยู่ดี”
“ใช่”
ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะ จนกระทั่งผู้อาวุโสสิบปรากฏตัวออกมา