่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะดังลั่น
แต่ท่ามกลางผู้คน เฮยหลวนรู้ดีว่าหากลู่เฉินคิดจะจัดการกับจินอีฉุยและคนอื่น ๆ นับว่าง่ายมาก ดังนั้นนางจึงไม่หัวเราะ แต่กลับพึมพำออกมา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ ช่างแสร้งเป็นหมูเพื่อรอเวลากินเสือจริง ๆ!”
แต่จินอีฉุยกลับตั้งใจปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา คิดใช้มวลพลังนี้มากดดันลู่เฉิน คิดจะทำให้ชายหนุ่มอับอายต่อหน้าผู้คน
จากนั้นฉีเจี้ยนก็เดินมาพร้อมกับมวลพลังที่ไปคลายพลังของจินอีฉุยผู้นั้น
จินอีฉุยจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หัวหน้าฉี เจ้าจะเข้ามายุ่งเรื่องนี้หรือ?”
“รังแกคนเช่นนี้ น่าสนุกหรือ?” ฉีเจี้ยนย้อนถาม
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าฉีเจี้ยนจะออกหน้าแทนลู่เฉินเช่นนี้
ผู้ที่มีอคติกับกลุ่มผู้พิทักษ์ก้าวเท้าขึ้นมาข้างหน้า และหันไปพูดกับฉีเจี้ยนว่า “หัวหน้าฉี เหตุใดเจ้าจึงปกป้องคนอ่อนแอเช่นนี้กัน?”
“หากการประลองยังไม่เริ่มขึ้น ข้ามีหน้าที่ขัดขวางทุกการโจมตี!” ฉีเจี้ยนตอบกลับ
ทุกคนรู้สึกว่าน่าตลก จินอีฉุยจึงแบกค้อนขึ้นมาพลางยิ้มและมองไปยังฉีเจี้ยน “หัวหน้าฉี วันนี้เป็นการแข่งขัน ดังนั้นจงเก็บหน้าที่นั้นของเจ้ากลับไป มิเช่นนั้น ตัวเจ้าจะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ได้!”
ฉีเจี้ยนมองไปยังจินอีฉุยพลางเอ่ยเตือน “ในการแข่งขัน พวกเจ้าคิดจะทำสิ่งใด ข้าไม่สนใจ แต่ถ้าหากลงมือนอกการแข่งขันนั้น เช่นนั้นย่อมไม่ได้”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าฉีเจี้ยนจะยึดมั่นในกฎเช่นนี้
จินอีฉุยรู้ดีว่าฉีเจี้ยนมีคุณสมบัติที