มีความสามารถก็เอาชนะข้าให้ได้ อย่าทำเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้!”
ลู่เฉินยิ้มประหลาด “เอาชนะเจ้า?”
“ใช่ เจ้าอยากให้ข้าเป็นศิษย์ของเจ้ามิใช่หรือ? เช่นนั้นต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถที่จะเอาชนะข้าได้หรือไม่!” เฮยหลวนพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
“ข้าผู้นี้ ไม่บังคับผู้ใด ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการ ข้าก็ไม่บังคับเจ้า แต่ข้าต้องเตือนเจ้าไว้เสียก่อน ครั้งหน้าหากเจ้าร้องขอเป็นศิษย์ข้า ข้าคงต้องให้เจ้าลำบากขึ้นมาเสียหน่อย” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
“เจ้าคิดมากไป ข้าก็มีอาจารย์ของข้า จะไปขอเป็นศิษย์เจ้าได้อย่างไร!”
“ได้ เช่นนั้นเท่านี้ก่อน”
“อะไรคือเท่านี้ก่อน?”
“หรือว่าเรายังมีเรื่องใดต้องคุยกันอีกหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถาม
“เหตุใดจึงต้องสะกดรอยตามข้า และต้นไม้ต้นนั้น เหตุใดจึงต้องขโมยไป?”
“เจ้าจัดการข้าเพราะถือว่าข้าเป็นศัตรู เช่นนั้น การที่ข้านำของของศัตรูมา เหตุใดจึงต้องมีเหตุผลกัน?” ลู่เฉินย้อนถาม
เฮยหลวนร้อนใจจนกัดฟันกรอด “เจ้ารอก่อนเถิด ในงานชุมนุมยอดเขา ข้าจะเอาชนะเจ้าได้แน่!”
“ตอนนี้เจ้ายังทำอะไรข้าไม่ได้ ยังจะรอถึงงานชุมนุมยอดเขาหรือ?”
“งานชุมนุมยอดเขา ต่อสู้สามต่อสาม และอีกสองคนของเจ้านั้นไม่ค่อยมีความสำคัญนัก ส่วนเจ้า ข้าจะไปหาอีกสองคนมาร่วมมือกับข้า เมื่อถึงเวลานั้นการจัดการเจ้าก็จะง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ!” เฮยหลวนตอบกลับด้วยความมั่นใจ