ข้ามา ทั้งห้องใต้หลังคาจึงปรากฏค่ายกลพรางตาปกคลุมไว้
เมื่อเห็นเช่นนี้ กานจิ่วเม่ยก็เอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง “มาอีกแล้วหรือ?”
กู่ซานฉงขมวดคิ้ว “เหตุใดนางจึงมาอีก?”
ขณะนั้นเอง เฮยหลวนก็ปรากฏตัว นางกวาดตามองไปยังกานจิ่วเม่ยและพรรคพวก “หากพวกเจ้าไม่อยากมีปัญหาก็ลงไปซะ!”
กานจิ่วเม่ยกำลังจะพูดอะไรบาง แต่ลู่เฉินกลับหันมายิ้มให้พวกเขาพลางพูดขึ้นว่า “ลงไปเถิด”
“แต่นาง…” กานจิ่วเม่ยมีท่าทีกังวล
ชายหนุ่มยกยิ้มพลางพูดว่า “วางใจเถิด นางทำอะไรข้าไม่ได้”
กานจิ่วเม่ยได้ยินลู่เฉินพูดเช่นนี้ก็ทำได้เพียงเดินลงไปด้านล่างพร้อมกับกู่ซานฉง จากนั้นจึงไม่สามารถรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ด้านบนอีก
“ศิษย์พี่ หญิงผู้นั้นต้องการทำสิ่งใดกันแน่?” กานจิ่วเม่ยเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
กู่ซานฉงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าก็ไม่รู้”
กานจิ่วเม่ยยิ่งอยากขึ้นไปดูมากขึ้น แต่ทางเข้าด้านล่างนั้นได้ถูกเขตแดนปิดกั้นไว้แล้ว ทำให้พวกเขาไม่สามารถขึ้นไปได้ พวกเขาจึงทำได้เพียงรอคอยอยู่ตรงนั้น
ในขณะนั้นที่ด้านบน ลู่เฉินนั่งลงพลางมองไปยังเฮยหลวน “มีเรื่องใดหรือ?”
“เจ้าขโมยต้นไม้ผีไฟเพลิงของข้าไป และยังส่งคนสะกดรอยตามข้า?” เฮยหลวนถาม
ลู่เฉินยิ้ม “ใช่แล้วอย่างไร?”
“เจ้า! เหตุใดจึงไร้เมตตาเช่นนี้?” เฮยหลวนพูดด้วยความโมโห
“เมตตา? ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่คุ้นชินกับข้า อีกอย่าง เป็นเพราะเจ้ามายั่วยุข้าก่อน” ชายหนุ่มตอบกลับ
เฮยหลวนพูดด้วยความร้อนใจ “หาก