นฟูไปถึงขั้นสูงสุด”
ถึงแม้หั่วเตาหลางจะไม่รู้ว่าลู่เฉินพูดสิ่งใด แต่เขาก็ตอบกลับอย่างมีความหวัง “ขอบคุณนายท่านยิ่งนัก”
ชายหนุ่มปล่อยให้อีกฝ่ายพักผ่อนให้เต็มที่ ก่อนจะนำศาตราวิญญาณที่นำมาจากยอดเขา ค่อย ๆ เพิ่มเข้าไปภายในร่างกายของหั่วเตาหลาง
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังนำก้อนหินที่มีไฟอันทรงพลังออกมาบางส่วนวางไว้รอบ ๆ ค่ายกล ทำให้กายเนื้อของหั่วเตาหลางค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามที่ลู่เฉินวางแผนไว้
แต่การที่จะฟื้นฟูกายเนื้อที่ดีนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา
ดังนั้น หลังจากที่ลู่เฉินนำหั่วเตาหลางไปไว้ในภูเขาซากศพแล้ว ก็เก็บภูเขาซากศพกลับเข้ามา จากนั้นจึงเดินออกจากถ้ำแห่งนี้ไป
ด้านนอกถ้ำมีค่ายกลอยู่จำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าต้องการขัดขวางไม่ให้ผู้ใดเข้าไปได้ แต่ค่ายกลเหล่านี้ไม่มีผลอะไรต่อลู่เฉิน ดังนั้นเพียงไม่นานเขาก็ออกไปจากที่นี่ได้
…
ขณะนั้นเอง เฮยหลวนยืนจ้องมองลู่เฉินอยู่ไม่ไกลมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกมาจากค่ายกลและจากไป นางก็พูดขึ้นมาด้วยความหดหู่ใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้คือตัวประหลาดอะไรกันแน่ เหตุใดจึงจัดการได้ยากนัก?”
แต่เฮยหลวนไม่อยากทำให้เรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้ นางขมวดคิ้วพลางพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าจะทำได้เพียงเฝ้าดูเขาด้วยตัวเอง เมื่อหาจุดอ่อนของเขาพบแล้วค่อยว่ากัน!”
จากนั้น เฮยหลวนจึงตามลู่เฉินไปอย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินกลับไปถึงสวนในหุบเขาลึก และได้