ได้เพียงรอให้เฮยหลวนผู้นี้หยุดลงมือด้วยตนเอง”
ส่วนเฮยหลวนที่กำลังโจมตีอยู่นั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่เจ้ายอมแพ้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
“เสียสติ?”
“เมื่อเจ้าเข้ามาก็มาวุ่นวายกับข้า แล้วยังให้ข้ายอมแพ้ ไม่เรียกว่าเสียสติแล้วควรเรียกว่าอย่างไรกัน?” ลู่เฉินส่ายศีรษะย่างเอือมระอา
ในหุบเขาลึกนั้น เฮยหลวนเป็นสตรียอดฝีมืออันดับหนึ่ง ได้พบเจอยอดฝีมือและผู้อาวุโสมาไม่น้อย แต่ไม่เคยพบคนแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นนางจึงพูดออกมาอย่างเหลือทน “ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงความน่ากลัวของข้า”
ขณะที่เฮยหลวนเตรียมจะสำแดงพลังที่แข็งแกร่งออกมานั้น ชายหนุ่มก็ได้ยื่นมือออกไป แส้เส้นนั้นหยุดการโจมตีทันที จากนั้นก็ร่วงลงมากลางฝ่ามือลู่เฉิน
“เจ้า!” เมื่อเฮยหลวนเห็นอีกฝ่ายชิงสมบัติวิญญาณของตนไปกลางอากาศ ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที
กานจิ่วเม่ยมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ศิษย์พี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?”
กู่ซานฉงพูดด้วยความสับสน “สถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนว่าสมบัติวิญญาณของนางจะถูกเจ้าหนุ่มชิงไปเสียแล้ว”
“ชิงไปแล้ว? เป็นไปได้อย่างไร?” กานจิ่วเม่ยไม่เชื่อ
เฮยหลวนก็ไม่เชื่อเช่นกัน เพราะสมบัติวิญญาณนี้เป็นสิ่งที่ตนหลอมขึ้นมาเอง จะบอกว่าถูกชิงไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน
ดังนั้น เฮยหลวนจึงพยายามเคลื่อนไหวโดยมีเป้าหมายคือการ ‘ดูด’ แส้เส้นนี้กลับเข้ามา แต่ดูเหมือนแส้จะไม่เชื่อฟัง จนกระทั่