ี่ยืนอยู่ด้านข้างของจูเก๋อหลิงเฟิงได้พูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่จูเก๋อ เมื่อถึงเวลานั้น จะต้องฆ่าเจ้าหนุ่มผู้นั้นให้ได้”
“วางใจเถิด เพียงแค่เขาเข้าร่วมการประลอง คนที่ข้าจะสังหารคนแรกก็คือเขา” จูเก๋อหลิงเฟิงพูดด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นย่อมดีมาก”
“ของสิ่งนั้นของเจ้า เตรียมพร้อมไว้ให้ข้าด้วย” จูเก๋อหลิงเฟิงเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“วางใจเถิด ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” ชิงอีถงพูดด้วยความมั่นใจ
จูเก๋อหลิงเฟิงตอบกลับด้วยความพึงพอใจ “ได้ ข้าจะไปจัดการบางอย่างก่อน”
พูดจบ จูเก๋อหลิงเฟิงก็เดินออกไป
ขณะที่ชิงอีถงกำลังคิดจะออกไปนั้น จู่ ๆ ลมกระโชกก็ได้พัดมาจากด้านล่างหน้าผา ชิงอีถงรู้สึกหนาวเย็นเป็นอย่างมาก เขาตัวสั่นเทาก่อนที่กลุ่มหมอกสีขาวจะปรากฏขึ้นตรงหน้า และกลายเป็นสตรีนางหนึ่ง
สตรีผู้นี้สวมหน้ากากที่ทำมาจากขนนก บนนิ้วยังสวมถุงมือที่ทำมาจากกระดูก ดูแล้วช่างแปลกประหลาดนัก
ไม่เพียงเท่านั้น บนชุดกระโปรงที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่นั้นยังมีอักขระยันต์แปลกประหลาดบางอย่างประทับอยู่
เมื่อชิงอีถงเห็นอักขระยันต์เหล่านี้ก็ตกตะลึง “อาจารย์หญิงเฮยหลวน?”
“รู้จักข้าหรือ?” สตรีที่มีนามว่าเฮยหลวนถามขึ้นอย่างสงสัย
ชิงอีถงพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด “ทุกคนต่างก็รู้ว่าตำหนักหุบเขาลึกมีสตรียอดฝีมืออยู่หนึ่งท่าน มีนามว่าเฮยหลวน”
“ในเมื่อเจ้ารู้ เช่นนั้นข้าก็จะไม่เสียเวลาพูดกับเจ้าแล้ว”
“อาจารย์หญิงเฮยหลวน ท่านมีเรื่องใดหรือ?”
“ว่ามาเถิด