ใดกัน?”
ทั้งสองจึงได้สติและเอ่ยแสดงความเคารพทันที กานจิ่วเม่ยยังหันไปยิ้มให้เขาแล้วพูดว่า “ประมุขยอดเขา พวกเรากำลังพูดถึงการรวมตัวของยอดเขาในครั้งนี้ ภูเขาเดียวดายของเรา จะได้อันดับที่เท่าไหร่กัน”
ไป๋หลี่ซานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อันดับนั้นเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือในช่วงระหว่างการแข่งขันของพวกเจ้านั้น จงเชื่อฟังเขาทุกอย่าง อย่าคิดเองทำเองเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“เขา?” กู่ซานฉงและกานจิ่วเม่ยมองหน้ากัน
ไป๋หลี่ซานจึงขานรับ “มีปัญหาใดหรือ?”
ทั้งสองมีปัญหาแน่ แต่พวกเขาไม่กล้าปฏิเสธ จึงทำได้เพียงเงียบไป และเมื่อไป๋หลี่ซานจัดการอารมณ์ของตนแล้วจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้น ออกเดินทางกันเถิด!”
พูดจบ ไป๋หลี่ซานก็เดินนำทุกคนออกไป
แต่เมื่อไปถึงเชิงเขา ปรมาจารย์หยวนยังคงอยู่ที่นั่น ลู่เฉินมองไปยังอีกฝ่ายเพื่อให้เขาออกไป ปรมาจารย์หยวนจึงเดินออกไปอย่างว่าง่าย
ทุกคนต่างแปลกใจว่าเหตุใดปรมาจารย์หยวนจึงมาอยู่ที่นี่ได้ และเหตุใดเมื่อเห็นทุกคนมาแล้วเขาจึงเดินออกไป
แต่ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ ทุกคนจึงคิดเพียงว่า บางทีเขาอาจจะผ่านมาเท่านั้น และไม่ได้คิดอะไรมากนัก
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปหนึ่งถ้วยชา ไป๋หลี่ซานก็นำทุกคนมาถึงด้านล่างภูเขา ภูเขาลูกนี้แตกต่างจากลูกอื่นเพราะมีสีดำ ขณะเดียวกันรอบ ๆ ยังมีเขตแดนสีดำขนาดใหญ่อยู่ ทำให้ทุกคนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้
เมื่อไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ จะเข้าไปนั้น ที่นั่นมี