งซวงรู้สึกดีใจมาก และยังกล่าวขอบคุณลู่เฉิน
ไป๋หลี่ซานที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นจึงรู้สึกสับสน
“การรวมตัวของยอดเขา จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใดกัน” ลู่เฉินมองไปยังไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานตอบกลับไปว่า “อีกสามวันหลังจากนี้ และตอนนี้ประมุขของทุก ๆ ยอดเขาสามารถพาสมาชิกกลุ่มเข้าไปได้”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นออกเดินทางเถิด!”
ไป๋หลี่ซานขานรับแล้วจึงนำทางลู่เฉินไป ส่วนหลงซวงซึ่งเดิมทีเป็นผู้มีสถานะพิเศษในตำหนักหุบเขาลึกอยู่แล้ว เขาจึงสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
…
แต่ก่อนจะถึงประตูใหญ่ของภูเขาเดียวดายนั้น กู่ซานฉงมองไปยังกานจิ่วเม่ย “ข้าว่านะศิษย์น้อง เจ้ารู้สึกไหมว่าประมุขยอดเขามีท่าทีเปลี่ยนไป?”
“เปลี่ยนไป?”
กู่ซานฉงขานรับ “ก่อนจะเข้าไปยังยอดเขานั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเจ้าหนุ่มนั่นจนอยากจะฆ่าให้ตาย แต่เมื่อกลับมาจากยอดเขาแล้ว ท่าทีของเขาต่อเจ้าหนุ่มนั่นกลับดูเกรงใจ ส่วนหลงซวงผู้นั้นก็ดูจะเคารพเขาเป็นอย่างมาก”
กานจิ่วเม่ยย่อมรู้สึกเช่นนั้น “ศิษย์พี่ สิ่งที่ท่านพูด ข้าก็พอจะดูออก”
“หรือว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น?” กู่ซานฉงสงสัย
กานจิ่วเม่ยยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “อาจจะเป็นไปได้ว่า การแสดงออกของเขาภายในนั้นดูเก่งกาจมาก ทำให้ประมุขยอดเขาและหลงซวงมองเขาในแง่ดีขึ้นมา”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น” กู่ซานฉงตอบกลับ
ขณะนั้นเอง ไป๋หลี่ซานที่อยู่ด้านหลังพวกเขาก็พูดขึ้น “พวกเจ้ากำลังถกเถียงเรื่อง