ทักษะการเคลื่อนไหวของเขาใช้ไม่ได้ผล”
กานจิ่วเม่ยเพ่งมองไปรอบ ๆ และพบว่ามีค่ายกลอยู่จริง ค่ายกลนี้ในตอนแรกนั้นโปร่งแสง จากนั้นจึงเริ่มมีแสงสีน้ำตาลสว่างขึ้นมาจาง ๆ
สิ่งนี้จึงทำให้กานจิ่วเม่ยเอ่ยขึ้นมา “เช่นนี้ หากเขาคิดหนีก็หนีไม่รอด!”
คนอื่น ๆ ต่างก็คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นมองไปยังกระแสน้ำวนพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “มีพลังเพียงเท่านี้หรือ?”
“เท่านี้?” ประมุขยอดเขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
คนอื่น ๆ ต่างก็นับถือในความกล้าและบ้าของลู่เฉิน
ลู่เฉินมีท่าทีนิ่งสงบ และยังจ้องมองไปยังประมุขยอดเขา “ออกมาเถิด”
“หากข้าออกไป เจ้าได้ตายแน่”
“มาเถิด” ชายหนุ่มยกยิ้ม
จากนั้นทุกคนจึงมองไปยังกระแสน้ำวนที่เริ่มมีแสงสีน้ำตาลสว่างขึ้นมา กองทรายลอยออกมาราวกับพายุทราย และปกคลุมไปทั่วภายในเขตแดนที่ลู่เฉินอยู่
เมื่อเห็นเม็ดทรายในกระแสน้ำวนเหล่านี้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงกับ ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน อีกทั้งผู้คนจำนวนมากยังสามารถมองเห็น ‘เปลวไฟ’ ที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น กำแพงนับพันชั้นของชายหนุ่มก็ถูกทำลายจนแตกกระจาย ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินต้องแย่แน่ แม้แต่กานจิ่วเม่ยก็ยังมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?”
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มได้ใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณจนกลายเป็นเงาวิญญาณ
“ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณ?” ประมุขยอดเขาเห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะขึ้นมา
กานจิ่วเม่ยเอ่ยเตือนลู่เฉินว่า “เจ้