าหนุ่ม พวกเราคนของหุบเขาลึกเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาวิญญาณมากที่สุด”
“แล้วอย่างไรกัน?” ลู่เฉินไม่สนใจ ยังคงล่องลอยอยู่ตรงนั้นต่อไป และในขณะเดียวกันนั้นก็หาร่องรอยของร่างที่แท้จริงของอีกฝ่ายไปด้วย
ขณะนั้นเอง เม็ดทรายเหล่านั้นพลันหลอมรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นคนคนหนึ่งออกมา
คนผู้นี้มีริมฝีปากแห้งผาก ราวกับว่าหนังจะหลุดออกมาเป็นชั้น ขณะเดียวกันก็ดูแล้วน่าจะอายุราว ๆ สามสิบถึงสี่สิบได้
เขาคือประมุขยอดเขาแห่งภูเขาเดียวดายไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานยื่นมือขวาออกมา กลุ่มแสงสีดำกลุ่มหนึ่งจึงปกคลุมลู่เฉินไว้ จากนั้นจึงใช้มืออีกข้างถือแส้ที่มีแสงสีน้ำตาลไว้ “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้วิญญาณของเจ้าถูกข้าขังไว้แล้ว”
“อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
คนอื่น ๆ ต่างก็แปลกใจว่าเหตุใดลู่เฉินจึงยังมีอารมณ์ยิ้มออกมาได้ และเมื่อไป๋หลี่ซานขยับแส้ในมือซ้าย เจ้าตัวก็กล่าวว่า “แส้นี้ของข้า หากฟาดลงไปยังวิญญาณของเจ้า จะทำให้วิญญาณของเจ้าขาดครึ่งได้”
“เจ้าก็ลองดู” ลู่เฉินกล่าว
ทุกคนต่างก็คิดว่าชายหนุ่มเสียสติไปแล้ว บางคนจึงพูดขึ้นมาว่า “แม้แต่แส้ของประมุขยอดเขา เขาก็ยังไม่กลัว?”
“นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าแส้ของประมุขยอดเขาน่ากลัวเพียงใด”
“ก็ใช่ เจ้าหนุ่มผู้นี้อาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแส้วิญญาณธรรมดาเท่านั้น!”
กานจิ่วเม่ยรู้ว่าหากทำเช่นนี้ต่อไป ลู่เฉินต้องตายอย่างเจ็บปวดแน่ นางจึงหันไปพูดกับไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา ชายผู้นี้มีวรยุทธ์ที