่วเม่ยฉีกยิ้ม
คิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะพูดขึ้นว่า“นำทางข้าขึ้นภูเขาไป ข้าต้องการไปท้าทายประมุขภูเขาของพวกเจ้าเสียหน่อย”
“ว่าอย่างไรนะ?” ทั้งสองเอ่ยถามเป็นเสียงเดียวกัน
“มีปัญหาหรือ?”
ปัญหา?
ย่อมมีแน่นอน
กานจิ่วเม่ยชิงพูดขึ้นมาทันที “เจ้าหนุ่ม ไม่ใช่ว่าข้าคิดจะขู่เจ้า ลำพังความสามารถเช่นเจ้า นับว่าอ่อนแอมากนักในสายตาของประมุขภูเขา!”
“ใช่ เพียงแววตาของประมุขภูเขา ก็สามารถทำให้เจ้าหวาดกลัวจนตัวสั่นได้ ถ้าหากคิดลงมือ เจ้าจะไม่มีแม้แต่ช่องว่างในการตอบโต้กลับ” กู่ซานชิงบรรยาถึงความน่าหวาดกลัวของประมุขภูเขาออกมา
ลู่เฉินไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ เพียงมองไปยังคนทั้งสอง “พวกเจ้าเพียงนำทางไปก็พอ”
ทั้งสองต่างก็แปลกใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงยืนหยัดที่จะทำเช่นนี้ต่อไป โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่เอ่ยถามราวกับคนเสียสติ “เจ้าคิดที่จะไปตายหรือ?”
“จะตายหรือไม่นั้นก็ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า ใช่หรือไม่” ลู่เฉินยิ้มพลางมองกานจิ่วเม่ย
กานจิ่วเม่ยคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะเป็นคนไร้เหตุเช่นนี้ นางจึงพูดด้วยความโมโห “ได้ ข้าจะนำทางเจ้าไปเอง!”
พูดจบ กานจิ่วเม่ยจึงเดินนำทางไป ในขณะที่กู่ซานชิงมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าเตรียมตัวตายไปเสียเถิด”
ลู่เฉินไม่ตอบ เพียงเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ภูเขานี้เดิมทีนั้นมีม่านหมอกอยู่มากมาย แต่เมื่อเดินผ่านบันไดเหล่านั้นไปก็มาถึงยอดเขา
บนยอดเขานี้เป็นลานขนาดกว้างใหญ่ และบนลานนี้ยังเ