จว่านางไม่กล้า มิเช่นนั้นคงจะไม่ให้กู่ซานชิงปล่อยตน และอยากลองทดสอบการป้องกันของเขาแทน
ลู่เฉินจึงยิ้มพลางจ้องมองนาง “มาเถิด ข้าจะไม่ต่อต้านใด ๆ”
“เจ้า!” กานจิ่วเม่ยคิดไม่ถึงว่าการจะจัดการเจ้าหนุ่มคนหนึ่งจะยุ่งยากเพียงนี้
ลู่เฉินเพียงยิ้มแต่ไม่พูดคำใด
กานจิ่วเม่ยจึงนำกระดาษยันต์ออกมาพลางพูดขึ้นว่า “เห็นแล้วหรือไม่ สิ่งนี้เรียกว่ายันต์เดิมพัน เมื่อการเดิมพันเกิดผล ผู้แพ้ก็จะไม่สามรถขัดขืนใด ๆ ได้ มิเช่นนั้นจะถูกพลังย้อนกลับ”
ลู่เฉินปรายตามองก่อนจะยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “นี่ก็พอ ๆ กัน!”
กานจิ่วเม่ยแทบจะไม่รู้เลยว่าลู่เฉินกำลังคิดสิ่งใด ดังนั้นนางยังคิดว่าตนกำลังได้เปรียบ “อีกครู่หนึ่ง เจ้าจงนำพลังของเจ้าทั้งหมดออกมาต้านทานไว้ เข้าใจหรือไม่?”
“ได้”
ทั้งสองคนจึงต่างเพิ่มพลังเข้าไปในยันต์นี้ ทำให้ยันต์นี้มีผลขึ้นมาทันที
เมื่อยันต์มีผลขึ้นมาในขณะนั้น ทั้งสองก็มี ‘ข้อตกลง’ ดังนั้นหากผู้ใดเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็ย่อมไม่กล้าที่จะขัดขืน
ลู่เฉินจึงมั่นใจได้ว่าปลาตัวนี้หนีไม่รอดแน่ เขาจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมา “มาเถิด สามครั้ง”
“ได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นครั้งที่หนึ่ง!” กานจิ่วเม่ยยื่นมือออกมา ปราณกระบี่สีน้ำเงินจึงปรากฏออกมาและโจมตีไปยังชายหนุ่ม
กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งอดส่ายศีรษะออกมาไม่ได้ “แย่แล้ว!”
แย่แล้ว? แต่กานจิ่วเม่ยไม่คิดเช่นนั้น จึงปล่อยปราณกระบี่เหล่านี้พุ่งไปยังลู่เฉินโดยตรง
ตูม!
ปราณกระบี่